ส.อ.ท.วอนรัฐสกัดบาทอ่อนช่วยน้ำมันถูกลง จี้เยียวยาเกษตรกรถูกน้ำพัด

ส.อ.ท.วอนรัฐสกัดบาทอ่อนช่วยน้ำมันถูกลง จี้เยียวยาเกษตรกรถูกน้ำพัด
มติชน
10 ตุลาคม 2564 ( 07:40 )
20
ส.อ.ท.วอนรัฐสกัดบาทอ่อนช่วยน้ำมันถูกลง จี้เยียวยาเกษตรกรถูกน้ำพัด

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาส 4 (ตุลาคม-ธันวาคม2564) ว่า นอกจากปัญหาโควิดที่เริ่มคลี่คลายแต่ยังจับตาสถานการณ์ใกล้ชิดเพราะผู้ติดเชื้อยังอยู่ระดับหมื่นรายต่อวันและเสียชีวิตระดับ100คนต่อวันแล้ว ขณะนี้สิ่งที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญอย่างมากคือการดูแลประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบจาก 2 ปัญหาหลัก คือ 1.สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด ที่ทำลายพืชผลทางการเกษตรหลายล้านไร่ ซึ่งที่ผ่านมาแรงงานในภาคท่องเที่ยว ร้านอาหาร ค้าปลีก จำนวนมากออกจากระบบจากการถูกเลิกจ้าง ปิดกิจการ เพราะผลกระทบจากโควิด-19 จึงกลับบ้านเกิดไปทำการเกษตร เมื่อเจอผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรุนแรงจนพืชผลทางการเกษตรที่ใกล้เก็บเกี่ยวเสียหาย

 

“อยากให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการเข้ามาเยียวยาโดยด่วน เพราะถือเป็นการซ้ำเติมปัญหาเดิม ทำให้แรงงานกลุ่มนี้ไม่มีรายได้ กระทบต่อกำลังซื้อ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้” นายเกรียงไกรกล่าว

 

นายเกรียงไกร กล่าวว่า อีกปัญหาที่ต้องการให้ภาครัฐเร่งดูแลคือ สถานการณ์น้ำมัน ราคาพลังงานโลก ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงกว่า 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลแล้ว คาดว่าปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้ามีโอกาสขึ้นไประดับ 90-100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นจนกระทบต่อราคาขายปลีกในประเทศเป็นปัจจัยที่ประเทศไทยควบคุมไม่ได้ ประกอบกับไทยเองเป็นประเทศที่นำเข้าพลังงานเป็นหลัก บวกกับปัจจุบันค่าเงินอ่อนค่าใกล้แตะระดับ 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นค่าบาทที่อ่อนค่ารวดเร็วและรุนแรงมาก จึงกดดันให้ราคาน้ำรวมทั้งค่าก๊าซ ค่าไฟ สูงขึ้นไปด้วย กระทบเงินเฟ้อให้พุ่งตามไปด้วย สิ่งนี้จะกระทบต่อเงินในกระเป๋าประชาชนให้น้อยลง กระทบกำลังซื้ออย่างมากแน่นอน ดังนั้นภาครัฐต้องเข้าไปดูแลค่าเงินอย่างเร่งด่วน

 

ปัจจุบันแม้จะมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแล แต่ด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งต่อเนื่อง เครื่องมือกองทุนอาจไม่เพียงพอ เบื้องต้นหากน้ำมันพุ่งไปถึง 90-100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และค่าเงินบาทอ่อนค่าไปถึง 34-35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะเกิดปัญหาใหญ่มาก ราคาพลังงานพุ่งไปอีกแน่นอน ดังนั้นทางหนึ่งที่จะช่วยได้คือการดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนเกินไป ไม่ให้อ่อนค่าไปมากกว่านี้ เพราะเงินบาทที่่อ่อนค่าเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ส่งออกขาเดียวในเวลานี้ ส่วนภาคท่องเที่ยวไม่มีผล เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่ผลกระทบรุนแรงกว่าเพราะกระทบราคาพลังงาน น้ำมัน การนำเข้าของผู้ผลิตที่ต้องการนำเข้าเครื่องจักรมาปรับปรุงระบบผลิตหลังโควิดคลี่คลาย รวมทั้งกลุ่มที่นำเข้าวัตถุดิบต่างประเทศเพื่อมาผลิตสินค้าป้อนในประเทศและส่งออก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง