รีเซต

ส.อ.ท. หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ

ส.อ.ท. หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ
TNN ช่อง16
9 มิถุนายน 2569 ( 11:44 )
10
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และกระทรวงการคลัง ที่อยู่ระหว่างการทบทวนหลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเฉพาะกรณีการนำข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของบุตรมาเป็นหนึ่งในเงื่อนไขประกอบการพิจารณาสิทธิ

ทั้งนี้ มองว่าแนวทางดังกล่าวมีความเหมาะสมกับบริบทเศรษฐกิจและโครงสร้างครัวเรือนไทยที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน แต่การกำหนดหลักเกณฑ์จำเป็นต้องสะท้อนข้อเท็จจริงของแต่ละครัวเรือนอย่างรอบด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือของภาครัฐเข้าถึงประชาชนที่มีความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง


นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า การที่บุตรใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างเพียงพอ หรือมีฐานะความเป็นอยู่ที่มั่นคงเสมอไป ดังนั้น ภาครัฐควรมีระบบตรวจสอบข้อมูลที่ละเอียดและเป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ยังต้องการความช่วยเหลือตกหล่นออกจากระบบสวัสดิการของรัฐ

“ส.อ.ท. เห็นด้วยกับหลักการที่รัฐบาลต้องการให้สวัสดิการภาครัฐไปถึงประชาชนที่มีความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง แต่ขณะเดียวกัน การกำหนดหลักเกณฑ์ควรสะท้อนข้อเท็จจริงของครัวเรือน เพราะการที่บุตรใช้สิทธิลดหย่อนภาษี อาจไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุทุกคนได้รับการดูแลอย่างเพียงพอ จึงควรมีระบบตรวจสอบที่ละเอียดและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้กลุ่มเปราะบางตกหล่นจากระบบ” นางพิมพ์ใจ กล่าว


ประธาน ส.อ.ท. ระบุว่า การปรับปรุงฐานข้อมูลผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากทรัพยากรและงบประมาณของภาครัฐมีจำกัด การจัดสรรความช่วยเหลือจึงต้องมีความแม่นยำ หรือ Targeted Welfare เพื่อแยกแยะกลุ่มประชาชนที่มีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนออกจากกลุ่มที่สามารถพึ่งพาตนเองได้แล้ว ซึ่งจะช่วยให้เม็ดเงินงบประมาณถูกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และลดภาระทางการคลังของประเทศในระยะยาว

นอกจากนี้ ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐเร่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลแบบบูรณาการ โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งด้านรายได้ อาชีพ ภาระค่าใช้จ่าย ภาวะพึ่งพิง ตลอดจนสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของครัวเรือน เพื่อให้การประเมินสิทธิได้รับสวัสดิการมีความครบถ้วนและรอบด้าน มากกว่าการใช้ตัวชี้วัดเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งอาจไม่สะท้อนสถานะทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของผู้ขอรับสิทธิ

ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมมองว่า การดูแลประชาชนผ่านมาตรการลดภาระค่าครองชีพเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในระยะยาว โดยภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพของประชาชน จาก “ผู้รับสวัสดิการ” ไปสู่ “ผู้มีรายได้ที่มั่นคง” ผ่านมาตรการพัฒนาทักษะแรงงาน การ Reskill และ Upskill การสร้างอาชีพใหม่ รวมถึงการเชื่อมโยงแรงงานเข้าสู่ภาคการผลิตและภาคบริการที่ยังมีความต้องการแรงงานจำนวนมาก

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า เป้าหมายระยะยาวของประเทศไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ แต่ควรมุ่งสร้างประชาชนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีงานทำ มีรายได้ที่มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งภาคอุตสาหกรรมพร้อมมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงานและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน

ทั้งนี้ ส.อ.ท. เชื่อว่าการทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในครั้งนี้ หากดำเนินการบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพของระบบสวัสดิการไทย ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และทำให้การใช้งบประมาณของประเทศเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง