รีเซต

Tiktok บรรลุข้อตกลงในสหรัฐฯ จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเรียบร้อยแล้ว

Tiktok บรรลุข้อตกลงในสหรัฐฯ จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเรียบร้อยแล้ว
TNN ช่อง16
23 มกราคม 2569 ( 08:32 )
2

ติ๊กต็อกประกาศเมื่อวันที่ 22 มกราคมตามเวลาท้องถิ่นว่า ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ที่มีผู้ถือหุ้นชาวอเมริกันเป็นเสียงข้างมาก เพื่อดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถหลีกเลี่ยงการถูกแบนจากประเด็นความเป็นเจ้าของโดยจีนได้

บริษัทร่วมทุนดังกล่าวใช้ชื่อว่า “TikTok USDS Joint Venture LLC” จะให้บริการผู้ใช้งานมากกว่า 200 ล้านคน และธุรกิจกว่า 7.5 ล้านรายในสหรัฐฯ พร้อมดำเนินมาตรการคุ้มครองข้อมูลอย่างเข้มงวด ความปลอดภัยของอัลกอริทึม การกำกับดูแลเนื้อหา และการรับประกันซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกา

โครงสร้างใหม่นี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อกฎหมายที่ผ่านในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งกำหนดให้ไบต์แดนซ์ บริษัทแม่สัญชาติจีน ต้องขายกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐฯ หรือเผชิญกับการถูกสั่งแบนในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท

 บริษัทร่วมทุนนี้จะนำโดยซีอีโอ อดัม เพรสเซอร์ อดีตผู้บริหารของ WarnerMedia ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นผู้นำความพยายามของติ๊กต็อกในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลผู้ใช้ชาวอเมริกันในสหรัฐฯ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัย วิล ฟาร์เรล ซึ่งเป็นผู้นำด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในโครงการดังกล่าว

นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการบริหารจำนวน 7 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน ได้แก่ “โจว โซ่วจือ” ซีอีโอของติ๊กต็อกซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจและกลยุทธ์ระดับโลกของบริษัท, “ทิโมธี ดัตเทลส์” ที่ปรึกษาอาวุโส ของ TPG Global อดีตหุ้นส่วนและประธานของ TPG Asia และสมาชิกคณะกรรมการบริหารของบริษัท, “มาร์ค ดูลีย์” กรรมการผู้จัดการของ Susquehanna International Group, “เอกอน เดอร์บัน” ซีอีโอร่วมของซิลเวอร์ เลค ซึ่งมีบริษัทในเครือ ได้แก่ Dell Technologies, Qualtrics, TKO Group, Unity and Waymo, “ราอูล เฟอร์นันเดซ” ประธานและซีอีโอของ DXC Technology, “เคนเนธ กลูเอ็ค” จาก Oracle ที่ปรึกษาของซีอีโอในด้านกลยุทธ์ระดับโลก ธุรกิจ การควบรวมกิจการ เทคโนโลยี นโยบาย และข้อกำหนดทางกฎหมาย, และ “เดวิด สก็อตต์” หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และความปลอดภัยของ MGX บริษัทลงทุนของรัฐบาลในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ขณะที่บริษัทร่วมทุนนี้มีผู้ถือหุ้นมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 รายที่บริหารจัดการติ๊กต็อกในสหรัฐฯ โดยแต่ละรายถือหุ้น 15% คือ Silver Lake, Oracle, และ MGX 

ส่วนบริษัท ByteDance จากประเทศจีน ยังคงถือหุ้น 19.9% ในกิจการร่วมค้าดังกล่าว ส่วนที่เหลืออีก 35.1% ของบริษัทเป็นกรรมสิทธิ์ของ Dell Family Office, Vastmere Strategic Investments, Alpha Wave Partners, Revolution, Meritt Way, Via Nova, Virgo LI และ NJJ Capital

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง