รีเซต

ทรัมป์ลงนามกม.แซงก์ชันจีน ชี้กดขี่ชาวอุยกูร์

ทรัมป์ลงนามกม.แซงก์ชันจีน ชี้กดขี่ชาวอุยกูร์
มติชน
18 มิถุนายน 2563 ( 16:53 )
79
ทรัมป์ลงนามกม.แซงก์ชันจีน ชี้กดขี่ชาวอุยกูร์

ทรัมป์ลงนามกม.แซงก์ชันจีน ชี้กดขี่ชาวอุยกูร์

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการแซงก์ชันเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลจีน อันเนื่องมาจากพฤติกรรมกดขี่ กักขังหมู่และบังคับใช้แรงงานชาวจีนเชื้อสายอุยกูร์ ที่เป็นชนกลุ่มน้อยในรมณฑลซินเจียง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ หลังจากร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส โดยมีเสียงคัดค้านเพียง 1 เสียงเท่านั้น


กฎหมายอุยกูร์ดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่มีบทบัญญัติให้ดำเนินมาตรการลงโทษต่อสมาชิกคณะโปลิตบูโรที่ทรงอิทธิพลของจีน อย่าง นาย เฉิน ฉวงกั๋ว ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สาขาซินเจียง ในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดต่อการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยสิ้นเชิงดังกล่าว และยังมีบทบัญญัติเรียกร้องให้บริษัทอเมริกันที่ทำธุรกิจอยู่ในซินเจียง ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานชาวอุยกูร์

 

ทั้งนี้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกากล่าวหาทางการจีนว่า กดขี่้, ทารุณกรรม, ล่วงละเมิด ต่อชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ซึ่งสหประชาชาติประเมินว่ามีอยู่ราว 1 ล้านคนในซินเจียงและพยายามดำเนินการแบบที่เรียกได้ว่าเป็นการขจัดวัฒนธรรมและศาสนาของอุยกูร์ออกไปจากพื้นที่ดังกล่าว

 

ทางการจีนซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยอ้างว่าค่ายแรงงานที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการกักขังนั้นมีขึ้นเพื่อฝึกอาชีพและเป็นแนวทางที่จำเป็นในการต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่ง แสดงปฏิกิริยาอย่างกราดเกรี้ยวต่อกฎหมายใหม่นี้ ชี้ว่า เป็นความพยายามใส่ร้ายป้ายสีจีนด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในซินเจียง ซึ่งถือเป็นการโจมตีมุ่งร้ายต่อจีน จึงขอให้แก้ไขให้ถูกต้อง ยุติการแทรกแซงกิจการภายในและเตือนไม่ให้นำกรณีนี้ไปใช้บ่อนทำลายผลประโยชน์ของจีน

 

ทั้งนี้การลงนามในกฎหมายดังกล่าวมีขึ้นในวันเดียวกับที่ หนังสือพิมพ์ระดับหัวแถวของสหรัฐอเมริกา 3 ฉบับทั้ง นิวยอร์กไทม์ส, วอชิงตันโพสต์ และ วอลสตรีทเจอร์นัล พากันตีพิมพ์บทคัดย่อก่อนกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการจากหนังสือเล่มใหม่ของนาย จอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงประจำทำเนียบขาว ซึ่งถูกไล่ออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ที่มีเนื้อหากล่าวหาพฤติกรรมของประธานาธิบดีทรัมป์ว่าเต็มไปด้วยการกระทำผิดกฎหมายและศีลธรรมหลายประการ
เนื้อหาส่วนที่ก่อความเสียหายให้กับทรัมป์มากที่สุด คือการกล่าวหาว่า ประธานาธิบดีอเมริกัน ร้องขออย่างโจ่งแจ้งในระหว่างการหารือลับกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้ผู้นำจีนช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ นอกจากนั้นยังอ้างด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ บอกกับประธานาธิบดีจีนในการพบหารือกันที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา ชมเชยการทำค่ายกักกันชาวอุยกูร์ว่าเป็นสิ่งถูกต้องที่ควรทำ และย้ำด้วยว่าผู้นำจีนควรดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป

นอกจากนั้นนายโบลตัน ยังยกตัวอย่างเหตุการณ์และการสนทนาของทรัมป์อีกหลายกรณีมาแสดงไว้เพื่อให้เห็นว่า พฤติกรรมของทรัมป์นั้น”โดยพื้นฐานแล้วยอมรับไม่ได้ทั้งยังทำลายความชอบธรรมของตำแหน่งประธานาธิบดีไปมากมายอย่างยิ่งอีกด้วย”

ทรัมป์ ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาเหล่านี้ด้วยการประณามนายโบลตันว่า เป็นจอมโกหก และยังอ้างในการให้สัมภาษณ์ฟอกซ์นิวส์ ในเรื่องนี้ว่า โบลตันกระทำผิดกฎหมายด้วยการนำเอาเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนสูงและอยู่ในชั้นความลับมาเปิดเผยไว้ในหนังสือเล่มนี้ (รอยเตอร์)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง