รีเซต

TikTok ลงทุนไทย 2.7 แสนล.  นิคม-โรงไฟฟ้าผงาดต่อ

TikTok ลงทุนไทย 2.7 แสนล.  นิคม-โรงไฟฟ้าผงาดต่อ
ทันหุ้น
6 กุมภาพันธ์ 2569 ( 02:30 )
2

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า  ได้หารือกับนางชนิดา คล้ายพันธ์ Head of Public Policy บริษัท TikTok เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการต่อยอดบทบาทแพลตฟอร์มในการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลและผู้ประกอบการไทย ทั้งนี้ บริษัทยืนยันแผนลงทุนระยะยาวรวมกว่า 270,000 ล้านบาท พร้อมหารือแนวทางใช้แพลตฟอร์มยกระดับศักยภาพ SMEs ให้เข้าถึงตลาดและสร้างรายได้มากขึ้น รวมถึงเสนอให้ไทยเป็นฐานกิจกรรมระดับภูมิภาค อาทิ ด้านการพัฒนาคอนเทนต์

สำหรับ TikTok เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นและโซเชียลคอมเมิร์ซระดับโลก พัฒนาโดยบริษัท ByteDance จากประเทศจีน ปัจจุบัน TikTok มีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 2,000 ล้านราย รวมถึงในอาเซียนมากกว่า 368 ล้านราย และมีภาคธุรกิจใช้งานแพลตฟอร์มกว่า 15 ล้านราย

โดย TikTok ได้จัดตั้งบริษัทในไทยชื่อ บจ. ติ๊กต๊อก เทคโนโลยีส์ เป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center : IBC) และในปี 2568 ยังได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในกิจการ Data Hosting เพื่อให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์แม่ข่ายแก่บริษัท TikTok Pte. Ltd. ที่ประเทศสิงคโปร์เป็นหลัก มูลค่าเงินลงทุนรวม 126,793 ล้านบาท 

“การที่ TikTok ยืนยันแผนเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนระดับโลกต่อศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยภาครัฐพร้อมเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาทักษะดิจิทัลของแรงงาน และส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม New S-Curve ด้าน Digital และ AI ควบคู่กับการผลักดัน SMEs และผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เข้าถึงโอกาสทางการค้าในตลาดโลก พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนในระยะยาว ท่ามกลางบริบทการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลก” นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ ในการหารือนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะความพร้อมด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งภาครัฐอยู่ระหว่างเร่งยกระดับอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง  

@นิคม-สาธารณูปโภค รับโชค

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีของ TikTok ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยว่า เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อสร้าง Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ก่อนหน้านี้ที่มีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Google และ Amazon เข้ามาปักหมุดลงทุนในไทยไปแล้ว และคาดว่าในอนาคตจะยังคงมีกลุ่มทุนใหญ่รายอื่น รวมถึงกลุ่มทุนจากประเทศจีน สนใจตบเท้าเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางของกลุ่ม Data Center แม้ว่าในเชิงของทำเลที่ตั้งหรือการเชื่อมต่อสายเคเบิลใต้น้ำอาจจะยังเสียเปรียบสิงคโปร์หรือมาเลเซียอยู่บ้าง แต่ไทยมีจุดแข็งที่สำคัญมากคือ มีปริมาณไฟฟ้าสำรองสูงถึงประมาณ 40% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในภูมิภาค ขณะที่กลุ่ม Data Center เป็นธุรกิจที่ต้องการความมั่นคงทางพลังงานและใช้ไฟฟ้าในปริมาณมหาศาล ทำให้ไทยมีความพร้อมในการรองรับการขยายตัวในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์โดยตรง นายกิจพณมองว่า กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม จะได้รับประโยชน์จากการขายที่ดิน ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นยอดการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ทยอยเปลี่ยนเป็นยอดขายที่ดินจริงในปีนี้ แม้บางโครงการอาจจะมีอาการล่าช้าจากการรอใบอนุญาตต่างๆ บ้าง แต่เชื่อว่าแนวโน้มยังเติบโตได้ดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจกว่าการขายที่ดินเพียงอย่างเดียวคือ ธุรกิจสาธารณูปโภค (Utility) เนื่องจากที่ดินนั้นขายได้เพียงครั้งเดียว แต่รายได้จากการขายน้ำและไฟให้กับ Data Center เป็นรายได้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Recurring Income) ดังนั้น บริษัทที่บริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคในนิคม จะได้รับประโยชน์เต็มๆ

จากการวิเคราะห์ข้างต้น นายกิจพณ แนะนำหุ้นเด่นที่ได้รับอานิสงส์จากเทรนด์การลงทุน Data Center ดังนี้ 1. กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม : แนะนำ WHA และ AMATA ซึ่งเป็นผู้เล่นหลักที่รองรับกลุ่มทุนต่างชาติ 2. กลุ่มสาธารณูปโภค : แนะนำ WHAUP ที่จะได้ประโยชน์จากการจำหน่ายน้ำและไฟฟ้าในนิคม ในระยะยาว  3. กลุ่มพลังงาน : แนะนำ GULF และ BGRIM ซึ่งเป็นกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีการลงทุนร่วมกับผู้ประกอบการ Data Center โดยเฉพาะ GULF ที่มีความโดดเด่นในกลุ่มนี้

ในส่วนของกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง แม้จะมีการรับงานก่อสร้าง Data Center บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทขนาดเล็ก และมักประสบปัญหาเรื่องมาร์จิ้น (Margin) ที่ค่อนข้างต่ำเนื่องจากอำนาจการต่อรองกับยักษ์ใหญ่ระดับโลกมีน้อย ทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนมีไม่เท่ากับกลุ่มนิคม และกลุ่มโรงไฟฟ้า  

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง