พัทลุง จี้ มท.-ทส. เร่งหาคนขโมย "รังนกนางแอ่น" จุดไฟเผาไล่โหดเหี้ยม สูญ 5 พันล้าน

พัทลุง จี้ มท.-ทส. เร่งหาคนขโมย "รังนกนางแอ่น" จุดไฟเผาไล่โหดเหี้ยม สูญ 5 พันล้าน
ข่าวสด
14 กันยายน 2564 ( 23:35 )
20
พัทลุง จี้ มท.-ทส. เร่งหาคนขโมย "รังนกนางแอ่น" จุดไฟเผาไล่โหดเหี้ยม สูญ 5 พันล้าน

พัทลุง จี้ มท.-ทส. เร่งตั้งกรรมการสอบ หาคนร้ายขโมย "รังนกนางแอ่น" จุดไฟเผาไล่โหดเหี้ยม คาดลูกนกตายนับล้าน ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท

 

 

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2564 ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่า จากกรณีบริษัท สยามเนสท์ 2022 จำกัด ชนะการประมูลสัมปทานรังนกในครั้งที่ 9 ในราคา 400 ล้านบาท แต่หลังจากที่บริษัทร่วมกับคณะทำงานของคณะกรรมการรังนกฯ ลงพื้นที่เก็บรังนกภายในถ้ำต่างๆ พบว่ามีร่องรอยการขโมยรังนก อาทิ กองขยะ เชือกขนาดต่างๆ การก่อไฟสุมไล่นก เสื้อผ้าคนร้าย ฯลฯ ในขณะที่รังนกถูกขโมยแทบเกลี้ยงถ้ำ ด้านนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง ออกมาเรียกร้องให้นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ออกมาชี้แจงประชาชนถึงเหตุดังกล่าว

 

 

ล่าสุดขณะคนงานเข้าเก็บรังนกวันที่ 14 ก.ย. 2564 ภายในถ้ำของเกาะรูซิ้ม พบกองขยะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นจำนวนมาก ส่วนในถ้ำลื่นพบการก่อไฟไล่ฝูงนกเช่นเดียวกับถ้ำอื่นๆ ขณะที่ตรงปากถ้ำรังนกใกล้ถ้ำลื่นบนเกาะรูซิ้ม พบเสื้อชูชีพของ อส.จ.พัทลุง 1 ตัว ตรงปากถ้ำในจุดที่คนร้ายรอขึ้นเรือ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สำหรับการเก็บรังนกที่ถ้ำลื่นและถ้ำทุ่งเตี้ยใหญ่ได้ยุติการเก็บ เนื่องจากไม่มีรังนกเหลือให้เก็บ ซึ่งโดยปกติทั้คนงานต้องใช้เวลาเก็บไม่ต่ำกว่า 5 วัน แต่รอบนี้เก็บเพียง 3 วัน ส่วนการเก็บตามถ้ำเล็กบนเกาะรูซิ้ม จำนวน 6 ถ้ำ พบว่ามีรังนกอยู่ในถ้ำเพียงน้อยนิด และพบอุปกรณ์ในการเก็บรังนกวางอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่การจัดเก็บรังนกในวันที่ 4 ในหลายถ้ำ สามารถจัดเก็บรังนกขาวได้เพียง 7.12 กิโลกรัม และนกดำได้ 51 กิโลกรัมเท่านั้น

 

 

 

ด้านตัวแทนบริษัท เปิดเผยว่า พฤติกรรมของขบวนการขโมยรังนกพัทลุงนับว่าโหดเหี้ยมมาก การที่จุดกองไฟใช้ควันไล่แม่นก เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงฟักไข่ ทำให้ลูกนกต้องตายไปจำนวนมาก ประมาณการจากรังนกที่มีอยู่ในถ้ำช่วงที่รับมอบเกาะคืนจากผู้รับสัมปทาน ทั้ง 7 ถ้ำที่ถูกขโมยมีรังนกประมาณ 500,000-600,000 รัง ปกติจะมีลูกนกที่ฟักตัวแล้วรังละ 2 ฟอง หรือ 2 ตัว เท่ากับการขโมยครั้งนี้ทำลายลูกนกไปกว่า 1 ล้านตัว จึงเป็นเรื่องที่น่าสลดใจมาก การที่ลูกนกตายเท่ากับการตัดวงจรชีวิตนกไป 1 ปี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทั้งระบบไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท

 

 

นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนขอเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เร่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องเลวร้ายดังกล่าว เพื่อหาตัวผู้รับผิดชอบที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่มาลงโทษอย่างเฉียบขาด เนื่องจากการเฝ้ารังนกนั้นมีเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนมาก ใช้เงินมากกว่า 4.5 ล้านบาท แต่ไม่สามารถดูแลรักษา และยับยั้งการขโมยรังนกได้ โดยเฉพาะการสุมไฟในถ้ำรังนกนั้น นับเป็นการกระทำที่เลวร้ายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในถ้ำรังนกของประเทศไทย เพราะจะทำให้ฝูงนกล้มตาย หนีออกจากรัง และต้องใช้เวลา 2-3 ปีที่นกจะบินกลับมา ในขณะที่ลูกนกก็จะล้มตายหลายแสนตัว

 

 

"เรื่องที่เกิดขึ้นทางกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะต้องร่วมกันนำคนผิดมาลงโทษให้ได้ และเห็นด้วยหากทางบริษัทจะฟ้องร้องเอาผิดกับผู้รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวนี้ และยินดีที่จะให้การสนับสนุนทุกแนวทาง เพื่อมิให้เรื่องเลวร้ายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อไป" นายนริศ กล่าว

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับการรักษาความปลอดภัยถ้ำต่างๆ จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง อส. และเจ้าหน้าที่ อบจ.พัทลุง เกือบ 100 นาย โดยมีปลัดจังหวัด ป้องกันจังหวัด นายอำเภอปากพะยูน ผกก.สภ.เกาะนางคำ ผอ.สำนักอนุรักษ์ที่ 6 สงขลา หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง ได้ใช้สำนักงานหน้าถ้ำเทวดา เพื่อเป็นกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยในการดูแลเกาะรังนก โดยที่ศูนย์บัญชาการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ประจำการทุกวันไม่ต่ำกว่า 20 คน แต่บริเวณถ้ำเนียงเคยที่ติดกับสำนักงาน พบว่ามีรังนกอยู่เต็มถ้ำก่อนวันส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ดูแล แต่หลังจากเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล กลับหายเกลี้ยงเหมือนกับถ้ำอื่นๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง