เช็กสิทธิประกันสังคม 2569 "ผู้ประกันตน ม.33-39" ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ

ผู้ประกันตน ม.33 ม.39 ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ในปัจจุบันรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งด้านอาหารการกิน มลภาวะ และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาจส่งผลให้เกิดโรคโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก สำนักงานประกันสังคมจึงมอบสิทธิประโยชน์การตรวจสุขภาพประจำปี ฟรี 14 รายการ
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รู้เท่าทันสุขภาพของตนเอง สามารถป้องกัน ดูแล และเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยแนะนำให้ตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
สิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ
ครอบคลุมการคัดกรองสุขภาพที่สำคัญอย่างรอบด้าน โดยประกอบด้วย
- การคัดกรองการได้ยิน (Finger Rub Test) เพื่อตรวจประเมินความสามารถในการรับเสียงเบื้องต้น
- การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข พร้อมสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเองเพื่อเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม
- การตรวจสายตาโดยจักษุแพทย์
- การตรวจด้วย Snellen Eye Chart และการวัดความดันลูกตา เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางสายตาและโรคต้อหิน
- การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อประเมินภาวะโลหิตจางและความผิดปกติของเลือด
- การตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis: UA) เพื่อคัดกรองโรคทางไตและระบบทางเดินปัสสาวะ
- การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar: FBS) เพื่อคัดกรองโรคเบาหวาน
- การตรวจการทำงานของไต (Creatinine และ eGFR) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของไต
- การตรวจระดับไขมันในเลือด (Total Cholesterol และ HDL) เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
- การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ (HBsAg) เพื่อคัดกรองการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
- การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี Pap Smear วิธี VIA
- การตรวจหาเชื้อ HPV (HPV DNA Test) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรค
- การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง
- การถ่ายภาพรังสีทรวงอก (Chest X-ray) เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติของปอดและหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
การตรวจสุขภาพเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะภาวะโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจนำไปสู่โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ ในระยะยาว ดังนั้น ผู้ประกันตนที่มีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือมีความเสี่ยง ควรเข้ารับการประเมินสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ
โดยเริ่มจากการตรวจประเมินค่าดัชนีมวลกาย (BMI) กับแพทย์เฉพาะทาง พร้อมรับคำแนะนำด้านการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย หากไม่สามารถลดน้ำหนักได้ และแพทย์เห็นว่ามีความจำเป็นตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ผู้ประกันตนที่มีภาวะโรคอ้วนรุนแรงและเข้าเกณฑ์ “อ้วนทุพพลภาพ” สามารถใช้สิทธิประกันสังคมเข้ารับการรักษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ครอบคลุมถึงการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร ซึ่งปัจจุบันใช้เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้อง ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ฟื้นตัวได้เร็ว และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ทั้งนี้ แพทย์สามารถส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลที่มีศักยภาพดูแลรักษาได้อย่างครบวงจร เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด มีการติดตามอย่างน้อย 2 ปี ทำให้มั่นใจในความปลอดภัย โดยสำนักงานประกันสังคมมีสถานพยาบาลที่ผ่านการประเมินศักยภาพให้บริการผ่าตัดภาวะโรคอ้วนหรือโรคอ้วนทุพพลภาพ จำนวน 66 แห่งทั่วประเทศ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลได้ทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม แอปพลิเคชัน SSO Plus
สำนักงานประกันสังคมขอเชิญชวนผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ใช้สิทธิการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้เข้ารับการตรวจในปี 2569 เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการดูแลสุขภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพได้ในสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการกับสำนักงานประกันสังคม เพียงติดต่อสถานพยาบาลเพื่อนัดหมายล่วงหน้า และนำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงในวันเข้ารับบริการ
โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
