แจกของขวัญปีใหม่! คลังเล็งกลุ่มตกงานไม่เกินล้านคน หลังกระตุ้นทุกกลุ่มผ่านช้อปดีมีคืน-คนละครึ่ง

แจกของขวัญปีใหม่! คลังเล็งกลุ่มตกงานไม่เกินล้านคน หลังกระตุ้นทุกกลุ่มผ่านช้อปดีมีคืน-คนละครึ่ง
ข่าวสด
14 ตุลาคม 2563 ( 15:53 )
50
แจกของขวัญปีใหม่! คลังเล็งกลุ่มตกงานไม่เกินล้านคน หลังกระตุ้นทุกกลุ่มผ่านช้อปดีมีคืน-คนละครึ่ง

คลังสั่งแจกของขวัญปีใหม่อีกรอบ! เล็งกลุ่มตกงานไม่เกินล้านคน หลังกระตุ้นทุกกลุ่มผ่านช้อปดีมีคืน-คนละครึ่ง สั่งเตรียมมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังเปิดประเทศ ชูธงประเทศปลอดเชื้อ เจาะกลุ่มเที่ยวพ่วงลงทุน

 

คลังแจกของขวัญปีใหม่ - นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุม มอบนโยบายให้ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปศึกษาแนวทางการให้ของขวัญปีใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่คลังได้ออกนโยบาย คนละครึ่ง เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้า และ มาตรการช้อปดีมีคืน ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภค ส่วนลักษณะมาตรการจะเป็นอย่างไร และ จะแจกให้ใครบ้าง ขอเวลาพิจารณาก่อน

 

นอกจากนี้ ได้รับทราบการรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2563 และแนวโน้มของเศรษฐกิจในปี 2564 โดย สศค. โดยคาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ภาครัฐจะต้องเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อเยียวยาและช่วยเหลือประชาชนกลุ่มต่างๆ อย่างเร่งด่วนเพิ่มขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม นโยบายการคลังที่จะต้องเน้นการประสานนโยบายและมาตรการภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังอย่างยั่งยืน (Fiscal Sustainability) ในระยะสั้นจะให้ความสำคัญกับการบริหารเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวโดยเร็ว ตามมติของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (ศบศ.) โดยเฉพาะเรื่องเร่งด่วน คือ การกระตุ้นการบริโภค และการลงทุนภายในประเทศ รวมถึงการแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องของภาคธุรกิจต่างๆ

 

โดยการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของทั้งภาคธุรกิจเอกชนและภาคประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม SME เช่น มาตรการซอฟท์โลน การเร่งรัดการปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงมาตรการการพักชำระหนี้ ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 22 ต.ค.นี้ โดยกระทรวงการคลังต้องประสานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในระยะต่อไป

 

นายอาคม กล่าวว่า โดยต้องพยายามให้เอกชนรักษาการจ้างงานขององค์กรไว้ให้ได้มากที่สุด โดยขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติโครงการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้จบการศึกษาใหม่โดยภาครัฐและเอกชนไว้แล้ว รวมทั้ง สร้างความเข้มแข็งฐานะการคลังอย่างยั่งยืน ดูแลกระแสเงินสดของภาครัฐ ให้เพียงพอต่อการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการจัดเก็บรายได้ ให้ได้ตามเป้าหมาย ยังไม่มีการปรับเป้าหมายจัดเก็บใหม่

 

นอกจากนี้ ต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2564 ทั้งงบประมาณรายจ่ายและงบลงทุนโดยเฉพาะงบการจัดประชุมสัมมนาในต่างจังหวัดซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคได้ รวมถึงการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบฟื้นฟูเศรษฐกิจภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เพื่อเร่งนำเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

 

สำหรับมาตรการระยะปานกลาง เป้าหมายคือการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและดูแลให้เศรษฐกิจไทยสามารถกลับมาเติบโตได้ตามศักยภาพหลังจากวิกฤตโควิด-19 โดยมีประเด็นเร่งด่วน คือ การเตรียมมาตรการฟื้นฟูหลังเศรษฐกิจเปิด (Reopening economy) ทั้งมาตรการด้านการเงินการคลังเพื่อรองรับการดำเนินการดังกล่าว และการเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยชูจุดแข็งว่าไทยเป็น Safe Heaven ของการลงทุน เพราะเป็นประเทศปลอดเชื้อ ซึ่งอาจจะเจาะกลุ่ม Investment Travel หรือ การท่องเที่ยวเพื่อการลงทุน จากเดิมท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ

 

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การแจกของขวัญปีใหม่ จะเน้นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา เป็นคนละส่วนกับมาตรการช้อปดีมีคืน และ คนละครึ่ง ซึ่งขอเวลาไปศึกษาว่า จะแจกอย่างไร เบื้องต้น อาจจะเจาะกลุ่มผู้ว่างงาน ซึ่งขณะนี้มีตัวเลขอยู่ราว 1 ล้านคนที่เข้าไปช่วยก่อน โดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องบประมาณที่นำมาใช้ เพราะยังเหลือเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท อีกประมาณ 5 แสนล้านบาท ที่ยังนำมาใช้ได้