กดปุ่มภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์วันนี้ "บิ๊กตู่" ลั่นเที่ยวไทยคัมแบ็ค

กดปุ่มภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์วันนี้ "บิ๊กตู่" ลั่นเที่ยวไทยคัมแบ็ค
TNN ช่อง16
1 กรกฎาคม 2564 ( 07:19 )
2.8K
กดปุ่มภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์วันนี้ "บิ๊กตู่" ลั่นเที่ยวไทยคัมแบ็ค


การรีสตาร์ทภาคการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติ ที่รัฐบาลเร่งดำเนินการเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจของไทย ให้กลับคืนสู่ระดับปกติก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิดให้ได้ การกำหนดจุดเริ่มต้นเพื่อเป็นหมุดหมายในการเดินหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการเลือกเมืองท่องเที่ยวที่จะมาเป็นตัวนำร่อง ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง

   

ทั้งนี้ หลังจากการพิจารณาถึงศักยภาพของพื้นที่ ในเรื่องของทรัพยากรการท่องเที่ยว บุคลากร และข้อได้เปรียบพื้นที่อื่นในการควบคุมการเดินทางของนักท่องเที่ยว และการควบคุมการระบาดของโควิดแล้ว จังหวัดภูเก็ต จึงกลายเป็นตัวเลือกแรก ที่รัฐบาลชูขึ้นมาเป็นตัวนำร่องในการเปิดประเทศอีกครั้ง ภายใต้ชื่อ "ภูเก็ตแซนบ๊อกซ์" จากจุดเด่นในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอยู่เป็นทุนเดิม และความที่ภูเก็ตเป็นเกาะ ทำให้การควบคุมการแพร่ระบาด และการจำกัดขอบเขตการเดินทางของนักท่องเที่ยว ทำได้สะดวกกว่าพื้นที่ที่เป็นแผ่นดิน

   

ที่ผ่านมา ภูเก็ตได้รับการโหวตเป็นแหล่งท่องเที่ยวมหาชน จากผู้ใช้งานบนเว็บไซต์ U.S.News & World Report โดยอิงปัจจัยต่างๆ ของแต่ละสถานที่ อาทิ แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรมอาหาร ความสะดวกสบายในการเดินทาง ส่งผลให้ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเดินทางมากที่สุด โดยเฉพาะชาวจีนมีสัดส่วนสูง 37% รองลงมาคือ ชาวรัสเซีย 7% และเกาหลีใต้ 6%


ทั้งนี้จากข้อมูลในอดีตในปี 62 ที่ผ่านมาพบว่าจังหวัดภูเก็ตเคยรุ่งเรืองมีนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกเดินทางมาเยือนถึง 14.5 ล้านคน โกยรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 470,000 ล้านบาทเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร  


แต่หลังจากที่โควิดระบาดหนักลุกลามมาถึงระลอก 3 นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศหดรายได้หายในพริบตา ขณะที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมและเกี่ยวข้องต้องซมจากพิษโควิดมาเป็นเวลานาน บางรายสายป่านสั้นไปต่อไม่ไหวก็ต้องปิดกิจการกันไป ส่วนรายใดที่สายป่านยาวหน่อยก็กัดฟันต่อสู้ประคับประคองธุรกิจให้ฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้

   

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่การเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้ "ภูเก็ตแซนบ๊อกซ์" ซึ่งเตรียมคิกออฟ 1 ก.ค.นี้ จะได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวอย่างคับคั่ง โดยมีโรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์การค้า สายการบิน จัดโปรโมชั่นลดราคา เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก

   

โครงการดังกล่าวยังได้รับการตอกย้ำให้เห็นถึงความชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นได้จริงตามกำหนด ไม่โดนโรคเลื่อนเล่นงาน หลังราชกิจจานุเบกษาประกาศเปิดภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถกดปุ่มให้นักท่องเที่ยว สามารถยื่นขอใบรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย หรือ COE: Certificate of Entry ได้ทันเวลา

   

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ  รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ประเมินว่า การเปิดภูเก็ตแซนบ๊อกซ์จะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และเพิ่มโอกาสให้เกิดการจ้างแรงงานใหม่  พร้อมช่วยพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และบริการของประเทศให้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง


ซึ่งงานนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประกาศทุ่มสุดตัวในการเปิดภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์  โดยมีแผนเดินทางไปจังหวัดภูเก็ตด้วยตนเอง เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวไฟล์ทแรกทันทีที่เครื่องบินลงแตะรันเวย์ที่จังหวัดภูเก็ต โดยหมายมั่นปั้นมือว่าอย่างน้อยใน 3 เดือนข้างหน้า(ก.ค.-ก.ย.) จะมีรายได้เก็บตุนไว้ในกระเป๋ากันบ้าง 9 พันล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 100,000 คน


แต่มีเงื่อนไขว่านักท่องเที่ยวต้องยึดถือหลักปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. และการท่องเที่ยวแบบ New Normal อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อโควิด-19 และมีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น เพราะหากการ์ดตก โควิดเอาไม่อยู่ ก็จะเจองานเข้าอีกเป็นแน่ แถมนักท่องเที่ยวอาจเผ่นหนีไปประเทศอื่นแทน และส่งผลเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

 

หากส่องดูข้อมูลของชาวภูเก็ตที่มีอยู่ประมาณ 540,000 คน  ซึ่งรวมถึงประชากรแฝง กลุ่มแรงงานที่อพยพเข้ามาทำงานทั้งถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎ หมายจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่


โดยข้อมูอัพเดทกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าการฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้กับประชากรในพื้นที่เข็ม 1 ไปแล้วประมาณ  70 %เข็ม 2 ประมาณ  50 % และจะจัดสรรวัคซีนเพิ่มเติมให้ ตั้งเป้าฉีดครอบคลุมให้ได้ถึง 80-90 % เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่และลดการติดเชื้อให้มากที่สุด โดยเปิดรับนักท่องเที่ยวเฉพาะผู้ที่เดินเข้ามาทางสายการบินเท่านั้นและทุกคนทั้งชาวไทยและต่างชาติจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนก่อน


นอกจากนี้ได้มีมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรค โดยสุ่มตรวจประชาชนเพื่อค้นหาเชื้อในสถานที่ต่าง ๆ ทุกวันเพื่อสร้างความมั่นใจและวางระบบการป้องกันโรคได้รวดเร็วตามสถานการณ์

   

ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ระบุว่า ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ จะมี 5 สายการบิน ทำการบินเข้าภูเก็ต พร้อมผู้โดยสาร รวม 1,000 คน

 

โดย  "สายการบินเอทิฮัด"  เป็นเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ของโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ บินตรงจากอาบูดาบี-ภูเก็ต เวลา 10.30 น.พร้อมผู้โดยสาร 100-200 คน และตลอดเดือนก.ค. มี 18 สายการบิน ที่ยืนยันทำการบินเข้าภูเก็ต รวมแล้วกว่า 200 เที่ยวบิน นำนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากยุโรป และอเมริกา โดยมียอดจองเข้ามาแล้ว 6,789 คน โดย ททท.ประเมินว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางสู่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ตลอดไตรมาส 3 ราว 1 แสนคน

   

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากต่างประเทศจะต้องเข้าพักในโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน SHA Plus เท่านั้น เพราะพนักงานที่ให้บริการได้รับการฉีดวัคซีน 70% ของพนักงานทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะมาใช้บริการ

 

แต่ที่ต้องระวังหลังเปิดเมืองคือการ์ดอย่าตก เพราะไม่มีใครรู้ได้ว่ามหันตภัยร้ายโควิดสายพันธุ์ใหม่ๆ จะคืบคลานเข้ามาเพิ่มความวิกฤติอีกหรือไม่ ขณะเดียวกันรัฐต้องเร่งนำเข้าวัคซีนเพื่อระดมฉีดให้กับคนไทยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในเร็ววัน เพราะบทเรียนของต่างชาติทำให้เห็นแล้วว่า แม้ว่าจะฉีดครบ 2 เข็มไปแล้ว ก็ยังติดเชื้อไม่หยุด เนื่องจากเชื้อมีการกลายพันธุ์หนีการไล่ลาไปอีก

   

ทั้งนี้ หากไทยสามารถคุมโควิดได้ดี และนักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นจากภูเก็ตแซนบ๊อกซ์ ก็จะนำไปสู่การเปิดประตูอ้าแขนรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป แต่ในทางตรงกันข้ามหากตัวเลขโควิดยังพุ่งไม่หยุด นักลงทุนขาดความมั่นใจที่จะเดินทางมาเที่ยวไทย โอกาสในการจุดเครื่องยนต์การท่องเที่ยวให้กลับมาติดเครื่องได้ในเร็ววัน ก็คงจะดับมอดลงไปเช่นกัน

  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง