ทำไม "เกาะคาร์ก" ถึงชี้ชะตาน้ำมันโลก? เปิดข้อมูลสำคัญ ที่โลกควรต้องจับตา เกาะเล็กๆ "หัวใจของอิหร่าน"

ถ้าหาก "เกาะคาร์ก" ของอิหร่าน ถูกโจมตี โลกจะได้รับผลกระทบอย่างไร?
ทำความรู้จัก เกาะคาร์ก (Kharg Island) ชื่อของ “เกาะคาร์ก” ถูกค้นหาและตั้งคำถามชั่วข้ามคืน หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ สั่งให้กองทัพสหรัฐฯเปิดปฏิบัติทางทหารบนเกาะแห่งนี้
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ดังกล่าวนี้ ได้ทำให้เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอิหร่าน ได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้งที่หนักขึ้นระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน
ทรัมป์ ระบุว่า ปฎิบัติการดังกล่าว มุ่งเป้าไปที่ฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหาร และหลีกเลี่ยงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเกาะ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯได้ประกาศเตือนว่า สหรัฐฯอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะคาร์ก หากอิหร่านยังขัดขวางเรือพาณิชย์ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก
ชื่อของ “เกาะคาร์ก” ที่ถูกพูดถึงในครั้งนี้ ได้ส่งผลทำให้ตลาดพลังงานทั่วโลกเริ่มสั่นไหวทันที เพราะสำหรับอิหร่าน เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่ใช่แค่พื้นที่ทางทหาร แต่มันคือ เส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจประเทศ และสำหรับโลก มันคือ หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์พลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เกาะคาร์ก เป็นเพียงแค่เกาะเล็ก ๆ แต่แบกเศรษฐกิจอิหร่านเอาไว้ทั้งประเทศ
เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ห่างจากชายฝั่งอิหร่านประมาณ 25 กิโลเมตร ตัวเกาะมีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร และกว้างประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้น แต่ความสำคัญของมันกลับใหญ่กว่าขนาดเกาะหลายเท่า
เพราะที่นี่คือ ศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน นักวิเคราะห์พลังงานระบุว่า น้ำมันดิบประมาณ 90% ของการส่งออกทั้งหมดของอิหร่าน ถูกขนส่งออกจากเกาะแห่งนี้
บนเกาะมีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ถังเก็บน้ำมันจำนวนมาก / ท่อส่งน้ำมันจากแผ่นดินใหญ่ / ท่าเรือน้ำลึก และท่าขนถ่ายสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์
เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า Supertanker สามารถมาจอดเทียบท่าเพื่อรับน้ำมันดิบได้ที่นี่ เหตุผลสำคัญคือ พื้นที่ชายฝั่งส่วนใหญ่ของอิหร่านค่อนข้างตื้น ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่เข้าเทียบท่าได้ยาก แต่เกาะคาร์กมีท่าเรือน้ำลึก จึงกลายเป็น “ประตูหลัก” สำหรับการส่งออกพลังงานของประเทศ
พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเกาะคาร์กหยุดทำงาน รายได้หลักของอิหร่านก็อาจหยุดไปด้วย โดยเกาะแห่งนี้สามารถขนถ่ายน้ำมันได้สูงสุดประมาณ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และทำให้เกาะคาร์กกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการส่งออกพลังงานที่สำคัญของโลก
เพราะเกาะคาร์กมีความสำคัญมาก จึงกลายเป็นจุดอ่อนด้วยเช่นกันในแง่ยุทธศาสตร์ นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า เกาะคาร์กได้กลายเป็นเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่อ่อนไหวที่สุดของประเทศ
เหตุผลเป็นเพราะว่าโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากถูกสร้างอยู่รวมกันในพื้นที่ขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็น ถังเก็บน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน สถานีขนถ่าย ทุกอย่างทั้งหมดอยู่ใกล้ๆกัน ซึ่งทำให้การโจมตีเพียงครั้งเดียว อาจสร้างความเสียหายมหาศาลได้
ด้วยเหตุนี้ อิหร่านจึงต้องป้องกันเกาะคาร์กอย่างเข้มงวด บนเกาะมีการติดตั้งฐานทัพ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และกำลังทหารประจำการอยู่ตลอดเวลา เพราะถ้าเกาะนี้ถูกโจมตี ผลกระทบจะไม่ได้เกิดแค่กับกองทัพ แต่จะกระทบถึงเศรษฐกิจของประเทศทันที
และล่าสุดกรณีที่ทางการสหรัฐได้เปิดปฎิบัติการทางทหารบนเกาะคาร์ก แต่หลีกเลี่ยงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการตัดสินใจที่มีเหตุผลหลายอย่าง หนึ่งในเหตุผลสำคัญ คือ ถ้าสถานีส่งออกน้ำมันของอิหร่านถูกทำลายจริง ๆ ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งสูงขึ้นทันที และผลกระทบจะกระจายไปทั่วโลก ทั้งเงินเฟ้อ ต้นทุนพลังงาน และเศรษฐกิจโลก
ขณะที่ความจุในการจัดเก็บน้ำมันบนเกาะคาร์กคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านบาร์เรล และจากข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Kpler ระบุว่า ปัจจุบันมีน้ำมันดิบสำรองอยู่บนเกาะแห่งนี้ประมาณ 18 ล้านบาร์เรล ซึ่งเทียบเท่ากับการส่งออกประมาณ 10-12 วันภายใต้สภาวะปกติ
ถ้าหากเกาะคาร์กถูกโจมตีจริง จะเกิดอะไรขึ้น? คำตอบคือ ราคาน้ำมันมีโอกาสพุ่งทะยานขึ้นทันที วิกฤตราคาน้ำมันอาจจะรุนแรงขึ้น
นักวิเคราะห์จากหลายสถาบัน รวมถึงเจพี มอร์แกน (JPMorgan) เตือนว่าหากสถานีส่งออกน้ำมันบนเกาะคาร์กถูกโจมตีโดยตรง การส่งออกน้ำมัน 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันของอิหร่านจะหยุดชะงักและปริมาณการผลิตของประเทศจะลดลงครึ่งหนึ่ง และการส่งออกน้ำมันจากอิหร่านที่หยุดชะงักไป จะกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก
และความเสียหายอาจใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟู เพราะโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากเป็นระบบขนาดใหญ่ นั่นหมายความว่า อิหร่านอาจสูญเสียรายได้หลักของประเทศไปนานหลายปี
ยิ่งไปกว่านั้น เกาะคาร์กตั้งอยู่ไม่ไกลจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประมาณ 20% ของน้ำมันโลก ต้องผ่านช่องแคบแห่งนี้ ดังนั้นถ้าความตึงเครียดในพื้นที่เพิ่มขึ้น ตลาดพลังงานโลกจะได้รับผลกระทบทันที
อีกสิ่งหนึ่งที่นักวิเคราะห์กังวลคือ ถ้าเกาะคาร์กถูกโจมตีจริง อิหร่านอาจตอบโต้ เป้าหมายที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุด คือ โรงกลั่นน้ำมัน ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์แปรรูปน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นมา ผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก ก็อาจจะรุนแรงยิ่งไปกว่าเดิมได้อีก
เพราะเพียงแค่ข่าวความตึงเครียด ราคาน้ำมันโลกก็เริ่มตอบสนองทันที ราคาน้ำมันดิบ Brent crude oil ซึ่งเป็นมาตรฐานของตลาดโลก พุ่งขึ้นไปทะลุที่ระดับประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากการทำสงครามยืดเยื้อกว่า 3 สัปดาห์
ด้านนักวิเคราะห์บางคนมองว่า ในยุคใหม่ของตลาดพลังงาน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จะถูกสะท้อนเข้าไปในราคา หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่จำเป็นต้องเกิดการโจมตีจริง เพียงแค่ “ความเสี่ยงว่าจะเกิด” ก็สามารถทำให้ราคาพลังงานเปลี่ยนแปลงผันผวนได้ทันที
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
