รีเซต

สงครามสะเทือนพลังงานโลก ดันยอดขาย “โซลาร์เซลล์” พุ่ง หนีราคาพลังงานผันผวน

สงครามสะเทือนพลังงานโลก ดันยอดขาย “โซลาร์เซลล์” พุ่ง  หนีราคาพลังงานผันผวน
TNN ช่อง16
7 เมษายน 2569 ( 12:00 )
13

บริษัทพลังงาน Octopus Energy เปิดเผยว่า ยอดขายแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่เกิดสงครามในอิหร่าน โดยเพิ่มขึ้นถึง 54% ในเดือนนี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนก่อนหน้า สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล

“รีเบคกา ดิบ-ซิมคิน” ผู้บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัท ระบุว่า ครัวเรือนในอังกฤษกำลังเปลี่ยนจาก “แค่สนใจ” มาเป็น “ลงมือทำจริง” เนื่องจากไม่ต้องการผูกชะตากับราคาพลังงานฟอสซิลในตลาดโลกอีกต่อไป พร้อมหันมาใช้โซลาร์เซลล์และปั๊มความร้อนเพื่อผลิตพลังงานใช้เองในระยะยาว

บริษัทระบุว่า ลูกค้าจำนวนมากเลือกติดตั้งระบบขนาดใหญ่ขึ้น เช่น แผงโซลาร์ 12 แผง แทนขนาดมาตรฐาน 10 แผง ขณะเดียวกัน ยอดขายปั๊มความร้อนเพิ่มขึ้นกว่า 50% และระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นราว 20%

ด้าน “เกร็ก แจ็กสัน” ซีอีโอของ Octopus Energy เปิดเผยว่า ยอดความสนใจติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหลังสถานการณ์ความตึงเครียดด้านพลังงานเริ่มทวีความรุนแรง ขณะที่บริษัทพลังงานสีเขียว Good Energy ระบุว่า ความสนใจในโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

“ไนเจล พ็อกลิงตัน” ซีอีโอของบริษัทกล่าวว่า การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดค่าไฟระยะยาว พร้อมเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และช่วยให้ประชาชนควบคุมค่าใช้จ่ายของตนเองได้มากขึ้น

นอกจากนี้ แนวโน้มการใช้โซลาร์เซลล์อาจขยายตัวมากขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ หลังรัฐบาลอังกฤษมีแผนให้บ้านใหม่ส่วนใหญ่ต้องติดตั้งโซลาร์ตั้งแต่ปี 2028 และเตรียมยกเลิกข้อจำกัดการจำหน่ายชุดโซลาร์แบบเสียบปลั๊ก ซึ่งได้รับความนิยมในหลายประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า วิกฤตราคาพลังงานและความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์กำลังทำให้การพึ่งพาพลังงานภายในประเทศมีความสำคัญมากขึ้น โดยเทคโนโลยีอย่างโซลาร์เซลล์จะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลก

รายงานยังระบุว่า ครัวเรือนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์ร่วมกับปั๊มความร้อน จะได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานฟอสซิลน้อยมาก แม้ราคาน้ำมันและก๊าซจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคต

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า ค่าไฟฟ้าในปีนี้อาจปรับตัวสูงขึ้นอีก โดยอาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 300 ปอนด์ หรือ 13,500 บาท ต่อปี ส่งผลให้ความต้องการพลังงานทางเลือกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า วิกฤตพลังงานในปัจจุบันไม่เพียงกระทบค่าครองชีพ แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โลกเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง