ศบค.เล็ก ถกเตรียมเปิดประเทศ มีเวลาเพียง 2 สัปดาห์ แจงความพร้อม 3 ด้าน

ศบค.เล็ก ถกเตรียมเปิดประเทศ มีเวลาเพียง 2 สัปดาห์ แจงความพร้อม 3 ด้าน
ข่าวสด
18 ตุลาคม 2564 ( 15:28 )
28
ศบค.เล็ก ถกเตรียมเปิดประเทศ มีเวลาเพียง 2 สัปดาห์ แจงความพร้อม 3 ด้าน

ศบค.ชุดเล็ก ถก เตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับเปิดประเทศ หวั่น สถานการณ์เปลี่ยนแปลง - แพร่ระบาดเพิ่มขึ้น แจงความพร้อมทั้ง 3 ด้าน พื้นที่นำร่องสีฟ้า

 

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ศบค.ทำเนียบรัฐบาล พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค แถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก หารือกันถึงการเปิดประเทศ ที่นับจากวันนี้เรามีเวลาการเตรียมตัวเพียง 2 สัปดาห์ก่อนถึงระยะที่หนึ่ง ในวันที่ 1 พฤศจิกายน

 

โดยมีการหารือกับหลายหน่วยงาน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะออกแผนการท่องเที่ยวมานานแล้ว มีการหารือ และปรับแผนร่วมกับภาคธุรกิจ สถานประกอบการ ซึ่งอาจจะไม่มีรูปแบบที่ดีที่สุด หรือสมบูรณ์ที่สุด แต่ต้องมีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะสามารถดำเนินมาตรการไปได้เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย รวมถึงระบบสาธารณสุขมีความมั่นคง

 

สำหรับการระบุรายชื่อประเทศ หรือเปิดเที่ยวบินนั้นในข้อเท็จจริง บางประเทศยังไม่ได้อนุญาตให้คนออกนอกประเทศของตัวเอง แต่การเปิดเที่ยวบินเป็นไปเพื่อการอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยในประเทศนั้นๆ ในการได้เดินทางกลับบ้านได้สะดวกขึ้น แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเข้มงวด

 

เราได้มีการวางแผนการเปิดประเทศเป็นระยะๆ โดยต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ 3 ด้าน คือ 1. สถานการณ์การแพร่ระบาดต้องทรงตัว 2. ต้องมีการพิจารณาถึงขีดความสามารถของสาธารณสุขว่ามีความพร้อมทั้งในเรื่องการป้องกัน การควบคุม และการรักษา 3. พื้นที่นำร่องสีฟ้า 17 จังหวัด จะต้องมีการครอบคลุมการฉีดวัคซีนได้ไม่น้อยกว่า 70% ดังนั้นการเปิดประเทศจะต้องค่อยเป็นค่อยไปและต้องทยอยเปิด พร้อมก่อนเปิดก่อน โดยมาตรการหลักต้องอยู่ภายใต้มาตรการโควิดฟรีเซ็ตติ้ง ซึ่งขณะนี้เราอยู่ในระยะนำร่องของการเปิดประเทศ โดยมีการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มาแล้ว ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการที่จะดำเนินการเปิดประเทศในแต่ละจังหวัดที่เป็นพื้นที่นำร่องสีฟ้าอื่นๆในระยะถัดไป

 

 

ในหลักการของการเปิดประเทศระยะที่หนึ่งในวันที่ 1พฤศจิกายนนี้ จะต้องมาจากประเทศที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดซึ่งเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำโดยเดินทางมาทางอากาศหรือ เครื่องบินเท่านั้น , ผู้ที่มาจากต่างประเทศจะต้องได้รับวัคซีนครบสองเข็ม ตามกำหนด และมีการตรวจ RT-PCR จากต้นทาง เป็นลบ พร้อมทั้งต้องทำประกันสุขภาพอย่างน้อย 50,000 เหรียญสหรัฐ และเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยแล้วจะต้องตรวจ RT-PCR ซ้ำอีกครั้ง ในสถานที่กักตัวที่กำหนด คือ ASQ , OQ , โรงแรม SHA+

 

และเมื่อผลเป็นลบแล้วจึงสามารถเข้าสู่ระบบในพื้นที่สีฟ้าหรือพื้นที่นำร่องที่มีการทำโควิดฟรีเซ็ตติ้งไว้อย่างเป็นระบบ โดยประกอบด้วย ต้องมีการจัดสถานที่ให้มีการไหลเวียนอากาศที่ดี ให้บริการในสถานที่ไม่แออัด สำหรับผู้ให้บริการจะต้องได้วัคซีนครบสองเข็ม ได้รับการตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ สำหรับผู้รับบริการไม่ว่าชาวไทยหรือชาวต่างประเทศ ก็จะต้องได้รับวัคซีนครบสองเข็ม มีการสุ่มตรวจ ATK 1 สัปดาห์ ก่อนไปใช้บริการ

 

หากเปิดประเทศแล้วจะต้องมีการกำกับติดตามอย่างเข้มงวด แผนในการดำเนินการสามารถปรับและชะลอได้ และเน้นย้ำว่าในการเปิดประเทศประชาชนต้องมีความปลอดภัยและระบบสาธารณสุขมีความมั่นคง ต้องมีการวางแผนที่ดีอย่างรัดกุมและได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ซึ่งในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ศบค. ชุดเล็กจะมีการประชุมหารือถึงการเตรียมการรองรับการเปิดประเทศและความพร้อมเปิดพื้นที่นำร่อง ใน 17 จังหวัด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะร่วมหารือ อาทิ มหาดไทย ต่างประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาธารณสุข การบินพลเรือน บริษัทท่าอากาศยานไทย คมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

 

อย่างไรก็ตามภายหลังจากเปิดประเทศแล้วหากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง จะต้องมีการเตรียมแผนเผชิญเหตุ กรณีที่มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นซึ่งเรื่องดังกล่าวอยู่ในวาระของการประชุมหารือในวันเดียวกันนี้ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง