"TISCO" คาด "สหรัฐฯ" หั่นดอกเบี้ย 0.25-0.50% มองว่าที่ "ประธานเฟด" ต้องฟัง FOMC

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ฟันธงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลือก “เควิน วอร์ช” ขึ้นแท่นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ ไม่ทำให้ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ เปลี่ยนทันที ชี้โครงสร้างการตัดสินใจยังขึ้นกับฉันทามติของ FOMC โดยเงินเฟ้อและตลาดแรงงานยังเป็นปัจจัยกำหนดหลัก คาดปีนี้เฟดลดดอกเบี้ยราว 0.25-0.50% ขณะที่ระยะสั้นอาจสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดการเงินโลก ท่ามกลางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจ TISCO ESU เปิดเผยว่า การที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะเสนอชื่อ นายเควิน วอร์ช ให้มาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนถัดไปต่อจาก นายเจอโรม พาวเวลล์ ที่จะหมดวาระในเดือน พ.ค. 2569 นั้น
TISCO ESU ประเมินว่า จะไม่เปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ในทันที แม้ประธานาธิบดีทรัมป์ จะส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการเห็นการลดดอกเบี้ยนโยบายมากขึ้น และการสื่อสารของนายเควินจะมีน้ำหนักผ่อนคลายกว่าในช่วงที่ผ่านมา แต่โครงสร้างการตัดสินใจของเฟดยังคงยึดตามฉันทามติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ทั้ง 12 เสียง โดยเสียงของประธานเฟดเป็นเพียงหนึ่งเสียงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การที่ตลาดพยายามตีความว่านายเควิน วอร์ช เป็นผู้ที่มีมุมมอง “เข้มงวด” หรือ “ผ่อนคลาย” นับเป็นหนึ่งในเครื่องสะท้อนที่ชัดเจนว่า ประธานเฟดคนใหม่จำเป็นต้องใช้เวลาสร้างรากฐานแนวคิดและพยายามโน้มน้าวกรรมการต่าง ๆ ให้ได้ว่า “เฟดควรดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร ภายใต้เงินเฟ้อที่ค้างสูงเกินเป้าหมายมากว่า 5 ปี ขณะที่ตลาดแรงงานกำลังอยู่ในจุดเปราะบาง” อีกทั้งยังต้องใช้เวลาสร้างฉันทามติระหว่างกรรมการนโยบายการเงินท่านต่างๆ อย่างที่ประธานเฟดคนเดิมสามารถทำได้ในหลายครั้ง ทำให้การปรับนโยบายการเงินอย่างฉับพลันมีความเป็นไปได้ต่ำ
ภายใต้กรณีฐาน TISCO ESU ยังคงประมาณการเดิมว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายราว 0.25-0.50% ในปี 2569 โดยเป็นผลมาจากเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงกลับเข้าสู่เป้าหมายมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จาก การส่งผ่านต้นทุนภาษีศุลกากรไปยังผู้บริโภคที่เริ่มลดความรุนแรงลง เงินเฟ้อในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่อนคลายจากช่วงก่อนหน้า และค่าจ้างแรงงานที่ชะลอตัวและกลับเข้าสู่กรอบปกติมากขึ้น
อย่างไรก็ดี การลดดอกเบี้ยในระดับที่มากกว่ากรอบคาดการณ์ของ TISCO ESU ยังไม่ใช่กรณีฐาน และจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเห็นการอ่อนตัวของตลาดแรงงานอย่างมีนัยสำคัญและต่อเนื่อง เช่น อัตราการว่างงานปรับขึ้นสู่ระดับ 4.7% หรือสูงกว่า และยังมีแนวโน้มแย่ลงต่อเนื่อง พร้อมสัญญาณการจ้างงานที่ถดถอยลงในวงกว้าง ซึ่งในปัจจุบันยังคงเป็นเพียง ความเสี่ยงด้านลบ (Downside Risk) เท่านั้น
ในทางกลับกัน กรณีฐานของเรายังคงมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้ม ขยายตัวได้ดีในปี 2569 จากนโยบายการคลังที่ผ่อนคลายมากขึ้น สภาวะการเงินที่ยังอ่อนตัว ซึ่งจะช่วยหนุนการบริโภค การลงทุนภาคเอกชน และการจ้างงาน ซึ่งเป็นปัจจัยจำกัดความเร็วและขนาดของการลดดอกเบี้ยนโยบายในระยะถัดไป
ในประเด็น งบดุลของเฟด นายเควิน วอร์ช มีจุดยืนที่ค่อนข้างเข้มงวด โดยมองว่ามีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันเงินเฟ้อ แต่สถานการณ์ล่าสุดในตลาดการเงินยังสะท้อนว่า การลดงบดุลของเฟดยังทำได้ยากในระยะสั้น หลังอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้นมีความตึงตัว ทำให้เฟดต้องกลับมาใช้นโยบายงบดุลเพื่อบริหารเงินสำรองตั้งแต่เดือนธ.ค.2568 ทั้งนี้ ภายใต้กฎเกณฑ์ของภาคธนาคารในปัจจุบัน การปรับลดงบดุลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการปรับกติกาที่ทำให้สถาบันการเงินต้องการถือเงินสำรองน้อยลง ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีข้อจำกัดและอาจไม่เกิดขึ้นง่ายในระยะใกล้
ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตาม กระบวนการแต่งตั้งนายเควิน วอร์ช อย่างใกล้ชิด หลังสมาชิกวุฒิสภาพรรคริพับลิกันบางส่วนส่งสัญญาณว่าจะไม่ให้การรับรองผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานเฟด หากการสอบสวนคดีอาญาของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับนายเจอโรม พาวเวลล์ ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลให้กระบวนการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ล่าช้าออกไป
ประวัติการทำงานที่ผ่านมา นายเควิน วอร์ช เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงเศรษฐกิจ การเงิน และการเมืองของสหรัฐฯ โดยเคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาสภาเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับทำเนียบขาวในช่วงปี 2545 – 2549 ก่อนจะเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ระหว่างปี 2549 – 2554 นอกจากนี้ ยังเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับเชิญให้แสดงความเห็นและบรรยายในเวทีของสถาบันวิจัยชั้นนำ เช่น Hoover Institution อย่างต่อเนื่อง