มะกันอ่วม! ราคาน้ำมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ไบเดนกร้าวเร่งจัดการปัญหาเงินเฟ้อ

ราคาน้ำมันในสหรัฐพุ่งสูงสุดทำสถิติใหม่ที่ 4.37 ดอลลาร์ต่อแกลลอน (1 แกลลอนเท่ากับ 3.785 ลิตร ดังนั้นเท่ากับราคาน้ำมันในสหรัฐขณะนี้ตกลิตรละเกือบ 40 บาท) ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ 4.33 ดอลลาร์ต่อแกลลอน อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยต่อแกลลอนในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.97 ดอลลาร์เท่านั้น
นักวิเคราะห์ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในสหรัฐพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในวันที่ 10 พฤษภาคม แสดงให้เห็นว่ายังไม่มีการปรับตัวในการขจัดผลกระทบจากเงินเฟ้อ ขณะที่ต้นทุนราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากโลกกำลังพยายามหาอุปทานทางเลือกเพื่อทดแทนน้ำมันจากรัสเซีย
ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเงินเฟ้อที่เป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิด-19 แต่ราคาพุ่งสูงขึ้นอีกรอบหลังจากรัสเซียบุกยูเครนในปลายเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ผู้นำชาติตะวันตกพากันหันไปคว่ำบาตรภาคพลังงานของรัสเซีย
ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ทำให้ชาวอเมริกันไม่พอใจ เนื่องจากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นถึง 8.5% เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคมปีก่อน ซึ่งทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน พยายามจะหาทางแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ
ไบเดนให้คำรับประกันกับชาวอเมริกันว่า ฝ่ายบริหารของเขาจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อลดราคาน้ำมันลงโดยไม่ส่งผลกระทบให้การทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงตามไปด้วย ก่อนหน้านี้เขาได้ประกาศปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินของสหรัฐวันละ 1 ล้านบาร์เรลเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อชดเชยราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นไปแล้ว
ไบเดนยังกล่าวโทษพรรครีพับลิกันที่ได้พยายามกล่าวโทษรัฐบาลมากมาย แต่ไม่เคยเสนอวิธีแก้ไขปัญหาแม้แต่เพียงวิธีเดียวที่จะทำให้ราคาพลังงานลดลงได้จริง และรัฐบาลยังไม่เลือกที่จะระงับภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บจากการขายน้ำมันแกลลอนละ 18 เซนต์ เพื่อเป็นทางเลือกในการลดราคาน้ำมันอีกด้วย
Tag
บทความน่าสนใจอื่นๆ
