สูตรบริหารเงิน 3 แทงค์ กับคุณปิง ประกิต สิริวัฒนเกตุ

คุณปิง ประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้บริหารจากบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวคิดด้านการบริหารจัดการเงินส่วนบุคคล ผ่านรายการ Wealth IDOL โดยเน้นย้ำว่า “การเงินที่ดีไม่ใช่เรื่องของรายได้สูงเพียงอย่างเดียว แต่คือการมีระบบคิด วินัย และการเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงในทุกช่วงชีวิต”.
คุณปิงเล่าย้อนถึงช่วงเริ่มต้นชีวิตการทำงานในวัยยี่สิบต้น ๆ ว่า ในเวลานั้นเขาให้ความสำคัญกับการสั่งสมประสบการณ์มากกว่าการเก็บเงิน แม้จะจบการศึกษาด้านวิศวกรรมและมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทถึงสองใบ แต่เงินเดือนเริ่มต้นเพียง 16,000 บาท เขาตัดสินใจมอบให้แม่ทั้งหมด ขณะที่ค่าใช้จ่ายส่วนตัวใช้รายได้จากการสอนพิเศษ ส่งผลให้แทบไม่มีเงินเก็บในช่วงแรกของชีวิตการทำงาน อย่างไรก็ตาม เขามองว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญของการเรียนรู้และสร้างรากฐานทางอาชีพ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่ออายุประมาณ 30 ปี คุณปิงเริ่มออมเงินอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ด้วยเงินจำนวน 2,000 บาท ตามคำแนะนำของแฟนในขณะนั้น หลังจากมีประสบการณ์ทำงานมากขึ้นและรายได้เริ่มเพิ่มขึ้น เขาปรับวิธีบริหารเงินใหม่ โดยแบ่งเงินเดือนให้แม่ 50% และเก็บอีก 50% ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนตัวยังคงใช้จากรายได้เสริม วิธีนี้ช่วยจำกัดการใช้จ่ายโดยไม่รู้ตัว และทำให้เริ่มมีเงินออมอย่างเป็นรูปธรรม
ต่อมาในช่วงอายุประมาณ 35–36 ปี คุณปิงต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ของชีวิต ซึ่งเขานิยามว่าเป็น “วิกฤตวัยกลางคน” จากภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นค่าแต่งงาน ค่ารักษาพยาบาลของอดีตภรรยา ค่าคลอดบุตร ค่าใช้จ่ายจากการซื้อบ้าน รวมถึงค่าใช้จ่ายทางกฎหมายจากการหย่าร้าง วิกฤตนี้บีบให้เขาต้องตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการย้ายงานไปสู่ตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเดิม พร้อมกับทำงานหนักอย่างต่อเนื่องและใช้ชีวิตอย่างประหยัดสูงสุด เพื่อเคลียร์ภาระหนี้สิน ซึ่งสามารถชำระหนี้บ้านได้ภายในระยะเวลาเพียง 2–3 ปี
จากประสบการณ์ทั้งหมด คุณปิงได้ตกผลึกเป็นปรัชญาการบริหารเงินที่สำคัญ นั่นคือ “การไม่ประมาท” เขามองว่าชีวิตมีความไม่แน่นอนสูง ไม่ต่างจากราคาหุ้นที่มีขึ้นมีลง จึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ การตกงาน การเจ็บป่วย หรือปัญหาชีวิตที่ไม่คาดคิด
อีกหนึ่งแนวคิดหลักคือ การให้ความสำคัญกับการจัดการค่าใช้จ่ายก่อนการออม คุณปิงไม่ได้โฟกัสที่สัดส่วนเปอร์เซ็นต์การออม แต่ให้ความสำคัญกับ “ยอดเงินที่เหลือจริง” หลังจากหักค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เขาเชื่อว่าค่าใช้จ่ายไม่ควรสูงเกินไป เพราะหากวันหนึ่งไม่มีรายได้ ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นจะกลายเป็นภาระทันที นอกจากนี้ เขายังยึดหลักการใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือย มองว่าสิ่งของทุกชิ้นมีต้นทุนจากทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายจึงเป็นทั้งการดูแลการเงินและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
คุณปิงยังเปรียบเทียบว่า “เงินคือแรงงาน” เงินที่หามาได้ไม่ควรถูกใช้เพื่อเลี้ยงชีวิตเพียงระยะสั้น แต่ต้องเผื่อไว้สำหรับอนาคตและช่วงเวลาที่ร่างกายไม่สามารถทำงานได้เต็มที่อีกต่อไป
ในเชิงปฏิบัติ คุณปิงเสนอแนวคิดการบริหารเงินแบบ “3 แทงค์” เพื่อสร้างระบบการเงินที่ชัดเจนและมีวินัย แทงค์แรกคือบัญชี Mobile Banking สำหรับเงินหมุนเวียนประจำวัน ใช้รับรายได้และจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นศูนย์กลางของกระแสเงินสดเข้าออก แทงค์ที่สองคือบัญชีเงินเก็บหรือเงินสำรองฉุกเฉิน ซึ่งรับเงินที่เหลือจากแทงค์แรก เพื่อนำไปใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือค่าใช้จ่ายสำคัญประจำปี เช่น เบี้ยประกันและการลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษี ส่วนแทงค์ที่สามคือบัญชีการลงทุนและเงินออมระยะยาว สำหรับการต่อยอดความมั่งคั่งผ่านการฝากประจำ กองทุนรวม หรือหุ้น โดยเน้นการลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเกินตัว
หลักการสำคัญที่สุดของระบบนี้ คือ “ห้ามแตะเงินจากแทงค์ที่สามเพื่อการใช้จ่ายทั่วไปเด็ดขาด” เพราะการนำเงินส่วนนี้มาใช้ หมายถึงชีวิตกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต การล็อกเงินก้อนนี้ไว้จะช่วยบังคับให้หาวิธีแก้ปัญหาจากการเพิ่มรายได้หรือบริหารค่าใช้จ่ายให้ดีขึ้น และทำให้เงินลงทุนเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
