รีเซต

"เอกนิติ"นำทีมไทยแลนด์พบธ.โลก-บิ๊กเทคฯ

"เอกนิติ"นำทีมไทยแลนด์พบธ.โลก-บิ๊กเทคฯ
TNN ช่อง16
20 มกราคม 2569 ( 12:32 )

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เริ่มภารกิจวันแรกในการเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026

โดยนำคณะทีมไทยแลนด์ เข้าพบหารือกับ Mr. Ajay Banga ประธานธนาคารโลก (World Bank) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและแนวทางความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทย การสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ และการสร้างงานที่มีคุณค่าในประเทศ รวมถึงการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกในเดือนตุลาคม 2569 

รวมถึงได้พบหารือกับ Mr. Mirek Dusek กรรมการผู้จัดการ World Economic Forum (WEF) และ Mr. John Dutton หัวหน้าโครงการ Uplink ของ WEF เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการเชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรมโดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ตอัป และการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้าสู่โอกาสการลงทุนในระดับโลก 



นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้พบหารือกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เพื่อเร่งรัดการลงทุนและเร่งสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี AI รวมทั้งการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการและบุคลากรไทย ได้แก่

1. Amazon Web Services (AWS) ผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกที่ได้ประกาศแผนลงทุนระยะยาวในไทยกว่า 150,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 15 ปี และได้รับการส่งเสริมการลงทุนกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ มีเม็ดเงินลงทุนในเฟสแรกกว่า 24,800 ล้านบาท  

2. Microsoft ผู้นำเทคโนโลยีด้านคลาวด์และ AI ที่ประกาศแผนลงทุนกิจการดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ในไทยตั้งแต่ปี 2567 โดยปัจจุบันได้เริ่มมีการลงทุนร่วมกับบริษัทไทยหลายบริษัท อีกทั้งมีความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐหลายแห่ง


3. TikTok แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกที่มีแผนการลงทุนระยะยาวในไทย รวมกว่า 270,000 ล้านบาท โดยมีการลงทุนเฟสแรกแล้วกว่า 30,000 ล้านบาท 

และ 4. HCL Technologies เป็นบริษัทให้บริการด้านไอทีและซอฟต์แวร์สัญชาติอินเดียที่มีการเติบโตสูงที่สุดในโลก มีความเชี่ยวชาญด้านการช่วยองค์กรทำ Digital Transformation โดยได้หารือถึงแนวโน้มเทคโนโลยีและทิศทางการลงทุนด้านดิจิทัล ตลอดจนโอกาสการเพิ่มความร่วมมือในการยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลของไทย

ทั้งนี้ การมาร่วมงาน WEF ที่ดาวอสครั้งนี้ ถือเป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายและสร้างแนวทางการทำงานเชิงรุกร่วมกับผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก เพื่อยกระดับให้เป็นโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งโครงการลงทุนที่เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยเหมาะสมเป็นฐานธุรกิจที่มั่นคงในระยะยาว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง