ช่วยเกษตรกรมะพร้าวล้นตลาด เร่งรับซื้อเพิ่ม 2.5 ล้านลูก ดันราคาฟื้นใน 2 เดือน

กรมการค้าภายในเร่งแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ หลังผลผลิตมะพร้าวผลแก่ทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงเดียวกัน ส่งผลให้เกิดภาวะผลผลิตตกค้างในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่มีมะพร้าวค้างสต็อกไม่ต่ำกว่า 5 ล้านลูก ล่าสุดจับมือผู้ประกอบการโรงงานกะทิรายใหญ่เพิ่มกำลังรับซื้ออีก 2.5 ล้านลูก ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเร่งดูดซับผลผลิตส่วนเกินและบรรเทาผลกระทบด้านราคาที่เกษตรกรกำลังเผชิญ
นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับผู้ประกอบการโรงงานกะทิสำเร็จรูปว่า บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด ผู้ผลิตกะทิสำเร็จรูปตราชาวเกาะ และบริษัท วราฟู้ดแอนด์ดริ๊ง จำกัด ผู้ผลิตกะทิสำเร็จรูปตราวรา ได้ตกลงเพิ่มการรับซื้อมะพร้าวจากพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อีก 2.5 ล้านลูก หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 180,000 ลูก จากปกติที่ทั้งสองบริษัทรับซื้อรวมกันราว 300,000 ลูกต่อวัน
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตและเดินเครื่องจักรต่อเนื่องทุกวัน รวมถึงวันอาทิตย์ เพื่อเร่งระบายผลผลิตที่ตกค้างออกจากระบบการค้าให้ได้เร็วที่สุด
กรมการค้าภายในระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวเป็นผลจากปริมาณผลผลิตมะพร้าวปี 2569 ที่คาดว่าจะมีประมาณ 852,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.4% ประกอบกับผลกระทบจากภาวะแล้งในช่วงก่อนหน้า ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดล่าช้าและกระจุกตัวในช่วงเวลาเดียวกัน
ขณะเดียวกัน มะพร้าวส่วนใหญ่มีขนาดผลเล็กกว่าปกติ ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดมะพร้าวหัวขูดสดที่นิยมผลขนาดใหญ่ ส่งผลให้ผลผลิตจำนวนมากไหลเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมแปรรูป ทำให้โรงงานต้องรับภาระดูดซับวัตถุดิบในปริมาณสูงกว่าปกติ
อย่างไรก็ตาม โรงงานแปรรูปยังมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตและคำสั่งซื้อ ทำให้ไม่สามารถรับซื้อผลผลิตได้ทั้งหมด ส่งผลให้เกิดผลผลิตตกค้างในพื้นที่สำคัญ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี รวมกันอีกประมาณ 5 ล้านลูก
จากภาวะผลผลิตล้นตลาด ส่งผลให้ราคามะพร้าวผลแก่ในปัจจุบันปรับลดลงมาอยู่ที่ 6-7 บาทต่อผล ต่ำกว่าช่วงก่อนหน้า โดยนอกจากปัจจัยด้านปริมาณผลผลิตแล้ว ยังมีข้อจำกัดเรื่องระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งผลิต และมาตรฐานด้านแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ลิงเก็บมะพร้าว ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกในบางตลาดสำคัญ
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีความต้องการใช้มะพร้าวผลแก่ประมาณ 1.20 ล้านตันต่อปี โดยร้อยละ 42 ใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศ และอีกร้อยละ 58 ใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปเพื่อการส่งออก ทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญในการดูดซับผลผลิตของเกษตรกร
แม้ในบางช่วงของปีโรงงานจำเป็นต้องนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศเพื่อรักษาความต่อเนื่องของการผลิต แต่ในช่วงที่ผลผลิตภายในประเทศออกสู่ตลาดจำนวนมาก ผู้ประกอบการได้ชะลอการนำเข้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันปริมาณนำเข้าลดลงกว่า 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อเปิดทางให้ผลผลิตของเกษตรกรไทยเข้าสู่ระบบการผลิตมากขึ้น
นายเกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด กล่าวว่า บริษัทพร้อมเพิ่มการรับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรและผู้รวบรวม พร้อมเดินเครื่องจักรเต็มกำลังทุกวัน เพื่อช่วยระบายผลผลิตส่วนเกิน ลดปัญหาสินค้าตกค้าง และบรรเทาผลกระทบด้านราคาที่เกษตรกรได้รับในช่วงนี้
กรมการค้าภายในประเมินว่า มาตรการเร่งรับซื้อครั้งนี้จะช่วยลดปริมาณผลผลิตตกค้างในระยะเร่งด่วน และมีส่วนช่วยให้ราคามะพร้าวทยอยปรับตัวเข้าสู่กลไกตลาดตามปกติภายในช่วง 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตมะพร้าวแก่จะเริ่มลดลงหรือเข้าสู่ภาวะ “ขาดคอ” ทำให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง
พร้อมกันนี้ กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจะติดตามสถานการณ์รับซื้อและราคามะพร้าวอย่างใกล้ชิด รวมถึงผลักดันการจัดทำแปลงมาตรฐาน GAP เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้รวบรวมผลผลิตสามารถส่งมะพร้าวเข้าสู่โรงงานแปรรูปได้มากขึ้น อันจะช่วยสร้างความสมดุลให้ตลาดมะพร้าวไทยในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
