ทรัมป์ขึ้นภาษี เพนกวินก็โดนด้วย หมู่เกาะที่มีแต่สัตว์ก็ถูกขึ้นภาษี 10%

ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ในวันปลดแอกอเมริกา และนโยบายการขึ้นภาษีของทรัมป์ ที่ประกาศขึ้นภาษีตั้งแต่ 10% ถึงเกือบ 50% ในหลายประเทศ
และไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศในลิสต์ ที่โดนขึ้นภาษีในอัตราที่สูงถึง 36% จนทำให้หลายคนมองว่ากระทบเศรษฐกิจไทยเต็มๆ แต่ไม่เพียงแค่ประชากรในหลายประเทศ ที่ต้องลำบากขึ้น เพราะเหล่าเพนกวิน และแมวน้ำ ก็ได้รับผลกระทบ ต้องจ่ายภาษีไปด้วยไหมเนี่ย ?
เหตุผลที่การขึ้นภาษีของทรัมป์กระทบเพนกวิน และแมวน้ำ นั่นก็เพราะหมู่เกาะเฮิร์ดและแมคโดนัลด์ ที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ มีเพียงสัตว์น้อยใหญ่อย่าง เพนกวิน และแมวน้ำ นกอัลบาทรอส นกนางแอ่น ก็ยังอยู่ในลิสต์ที่จะถูกสหรัฐฯ เก็บฐานภาษีนำเข้า 10% ด้วย
เกาะนี้ เป็นกลุ่มเกาะภูเขาไฟรกร้างใกล้ทวีปแอนตาร์กติกา ซึ่งปกคลุมไปด้วยธารน้ำแข็งเป็น remote island หรือเกาะห่างไกลในดินแดนของออสเตรเลีย ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 4,000 กิโลเมตร และเชื่อว่าครั้งล่าสุดที่มีคนเข้าไป คือ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่นักวิทยาศาสตร์เข้าไปสำรวจพวกสัตว์
จากนโยบายนี้ยังไม่ชัดเจนว่าภาษีศุลกากรของทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อหมู่เกาะเฮิร์ดและแมกดอนัลด์อย่างไร เนื่องจากหมู่เกาะเหล่านี้ไม่ได้ก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจใดๆ ด้วย
นอกจากเกาะนี้แล้ว เกาะนอร์ฟอล์ก เกาะเล็กๆ ของออสเตรเลียซึ่งมีผู้อยู่อาศัยเพียง 2,200 คน ก็ยังถูกขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 29 เปอร์เซ็นต์จาก ซึ่งเกาะนี้ มีบันทึกการส่งออกรองเท้าหนังที่ 411,000 ดอลลาร์ในปี 2023
การขึ้นภาษีกับเกาะเล็กๆ หรือแม้แต่เกาะที่ไม่มีคนนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ของออสเตรเลีย รวมถึงนายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ประหลาดใจมาก โดยนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันไม่ค่อยแน่ใจว่าเกาะนอร์ฟอล์กเป็นคู่แข่งทางการค้ากับเศรษฐกิจขนาดยักษ์ของสหรัฐอเมริกาหรือไม่” และจากการที่เกาะเหล่านี้ ยังได้รับผลกระทบนั้น ก็แสดงว่า “ไม่มีที่ใดในโลกที่ปลอดภัย”
ทรัมป์ยังตั้งเกณฑ์ภาษี กับอีกหลายเกาะเล็กเกาะน้อย ทั่วโลก ทั้ง หมู่เกาะโคโคส ดินแดนมหาสมุทรอินเดียของอังกฤษ ซึ่งมีประชากรน้อยกว่า 600 คน และหมู่เกาะสฟาลบาร์ด และยานไมเอนในอาร์กติกของนอร์เวย์ ที่ไม่มีประชากรอาศัยเช่นกัน