รีเซต

"เบอร์มิจฉาชีพ" ห้ามรับ! ระวัง "ดูดเงิน" มีจริงไหม พร้อมวิธีเช็กเบอร์แปลก โทรมาแบบนี้หลอกโอนเงิน

"เบอร์มิจฉาชีพ" ห้ามรับ! ระวัง "ดูดเงิน" มีจริงไหม พร้อมวิธีเช็กเบอร์แปลก โทรมาแบบนี้หลอกโอนเงิน
Ingonn
3 มีนาคม 2565 ( 09:08 )
9.3K
"เบอร์มิจฉาชีพ" ห้ามรับ! ระวัง "ดูดเงิน" มีจริงไหม พร้อมวิธีเช็กเบอร์แปลก โทรมาแบบนี้หลอกโอนเงิน

เบอร์อันตรายห้ามรับสาย หากรับสายเงินหายหมดทั้งบัญชี หรือที่เรียกว่า "เบอร์ดูดเงิน" มีจริงไหม? ต้องระวังตัวแค่ไหน? ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีกรณี "แอปดูดเงิน" จนเงินหายเกลี้ยงบัญชีมาแล้ว วันนี้ TrueID จะพามาตรวจสอบ พร้อมวิธีการเช็กเบอร์แปลก เช็กเบอร์มิจฉาชีพ ว่าเบอร์ที่โทรมาเป็นของใคร หากรับสายไปแล้ว พูดคุยแบบไหนเสี่ยงถูกหลอกโอนเงิน


ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เรื่อง เบอร์อันตรายห้ามรับสาย หากรับสายเงินหายหมดทั้งบัญชี ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ


กรณีการแชร์ข้อความแจ้งเตือนระบุเบอร์ที่ห้ามรับสายเด็ดขาด เพราะเงินจะถูกขโมยจนหมดบัญชีนั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงว่า จากการตรวจสอบกับฝ่ายเทคนิคของผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่พบว่า ยังไม่มีการยืนยันว่าถ้ารับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาแล้วจะสามารถดึงเอาเงินในบัญชีของผู้รับสายไปจากบัญชีได้ 


ขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง อย่าให้ข้อมูลสำคัญของตัวเอง ข้อมูลทางธนาคารกับใครง่ายๆ เพราะอาจถูกมิจฉาชีพนำข้อมูลเหล่านั้น ไปใช้ในการเข้าถึงบัญชีธนาคารหลอกให้ทำธุรกรรม จนต้องสูญเสียเงินได้

 

หากมีเบอร์แปลกโทรมา สามารถเช็กเบอร์แปลก ได้ด้วยตนเองง่ายๆ เพื่อช่วยดูว่า เบอร์โทรศัพท์ที่โทรมาเป็นของใคร ใช่เบอร์มิจฉาชีพ หรือเปล่า

 

วิธีเช็กเบอร์แปลก

  1. นำเบอร์โทรศัพท์ที่โทรเข้ามา ไปพิมพ์หมายเลขค้นหาลงใน Google เพื่อตรวจสอบประวัติเบอร์ผู้ใช้หมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวที่โทรเข้ามาหา

  2. นำเบอร์โทรศัพท์ที่โทรเข้ามา พิมพ์หมายเลขค้นหาใน Facebook เพื่อตรวจสอบประวัติเบอร์ผู้ใช้หมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว ซึ่งหากเบอร์โทรนั้น เคยผูกไว้กับบัญชีใน Facebook ก็มีสิทธิ์จะพบเบอร์โทรเช่นกัน

  3. ค้นหาใน Line ทำตามขั้นตอนดังนี้ กดช่อง "เพิ่มเพื่อน" จากนั้นเลือก "หมายเลขโทรศัพท์" ถ้าหมายเลขนั้นผูกเบอร์โทรศัพท์ไว้กับไลน์ ก็มีสิทธิ์พบเบอร์โทรเช่นกัน

  4. ติดตั้งแอพพลิเคชัน WHOSCALL เพื่อ ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ ที่โทรเข้ามาและระบุได้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ โดยแอพพลิเคชันนี้ จะบันทึกเบอร์โทรศัพท์ที่ผิดปกติไว้ หากมิจฉาชีพโทรเข้ามาผู้ใช้งานมือถือก็จะทราบทันที

 

นอกจากนั้นสายเรียกเข้าที่กำลังคุยอยู่ตอนนี้ อาจจะเป็นมิจฉาชีพโทรมาคุยก็เป็นได้ โดยมิจฉาชีพกลุ่มนี้จะสุ่มเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อหาเหยื่อ หลังจากนั้นจะพูดคุยโน้มน้าว หรือข่มขู่ให้เหยื่อตกใจ หลงเชื่อ และโอนเงินให้มิจฉาชีพ โดยข้ออ้างส่วนใหญ่ที่มิจฉาชีพมักใช้จะหลอกเหยื่อมีดังนี้

 

6 ข้ออ้าง สายเรียกเข้าจากมิจฉาชีพ

  1. บัญชีเงินฝากถูกอายัด/หนี้บัตรเครดิต : มิจฉาชีพจะขออายัดบัญชีเงินฝากของเหยื่อ อ้างว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต หลอกให้เหยื่อตกใจ รีบโอนเงินมาให้

  2. บัญชีเงินฝากพัวพันกับการค้ายาเสพติด หรือการฟอกเงิน : มิจฉาชีพ จะอ้างว่าบัญชีเงินฝากของเหยื่อเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย หลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีที่เตรียมไว้ โดยอ้างว่าจะทำการตรวจสอบ
  3. เงินคืนภาษี : มิจฉาชีพจะอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร แจ้งเหยื่อว่าได้รับเงินคืนภาษี โดยให้ยืนยันรายการตามคำบอกที่ตู้เอทีเอ็ม ซึ่งแท้จริงแล้วกลับเป็นขั้นตอนที่มิจฉาชีพหลอกให้เหยื่อโอนเงิน

  4. โชคดีได้รับเงินรางวัล : มิจฉาชีพจะอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทต่างๆ แจ้งเหยื่อว่าได้รับเงินรางวัลหรือของรางวัลที่มีมูลค่าสูง หลอกให้เหยื่อโอนเงินค่าภาษีมาให้ก่อนรับรางวัล

  5. ข้อมูลส่วนตัวหาย : มิจฉาชีพจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน อ้างว่าทำข้อมูลของเหยื่อสูญหาย เพื่อขอข้อมูลของเหยื่อใหม่ หลังจากนั้นจะนำไปปลอมแปลงหรือใช้บริการทางการเงินแทน

  6. โอนเงินผิด : มิจฉาชีพจะติดต่อไปยังสถาบันการเงินของเหยื่อ เพื่อขอสินเชื่อแทนเหยื่อ เมื่อสถาบันการเงินอนุมัติและโอนเงินเข้าบัญชีให้เหยื่อแล้ว มิจฉาชีพจะโทรศัพท์ไปหาเหยื่อ อ้างว่าโอนเงินผิดบัญชี หลอกให้เหยื่อโอนเงินดังกล่าวคืนให้


บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังไม่มีการยืนยันว่าถ้ารับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาแล้วจะสามารถดึงเอาเงินในบัญชีของผู้รับสายไปจากบัญชีได้ 


หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

 

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกสทช. สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.nbtc.go.th หรือโทร. 02 6708888

 

 

 

 

ข้อมูล Anti-Fake News Center Thailand , ตำรวจสอบสวนกลาง

 

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

 

ทุกประเด็นร้อนข่าวสาร สาระ ทันเหตุการณ์ พูดคุยกันได้ 24 ชม.

คลิกเลย >>> TrueID Community <<<

 

 

 

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง