เจาะอินไซต์ "ถั่วแระญี่ปุ่นแบรนด์ไทย" พลิกเกมสู้โลกเดือด

คุณ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลานนาเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด หรือ LACO (ลาโก้) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและส่งออกถั่วแระญี่ปุ่นแช่แข็งมายาวนานกว่า 30 ปี โดยเริ่มต้นจากการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ก่อนขยายตลาดไปอีกหลายประเทศทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความท้าทายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องเร่งปรับทิศทางธุรกิจสู่การเป็น Global Food Company พร้อมเดินหน้าสร้างแบรนด์ของตนเอง และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า
ปัจจุบัน มีแบรนด์หลักคือ Minnamame ซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์ถั่วแระญี่ปุ่นแช่แข็งรสชาติต่าง ๆ และถั่วแระญี่ปุ่นทอดกรอบในรูปแบบของทานเล่น และยังมีแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ ๆ เช่น เมล็ดถั่วแระ ที่สามารถนำไปเป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน ที่ใส่ใจกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น
สำหรับแบรนด์ Minnamame แม้จะเปิดตัวและมีการจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังมีสัดส่วนรายได้เพียงประมาณร้อยละ 5 ของรายได้รวม เนื่องจากรายได้หลักของบริษัทฯ ยังคงมาจากธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) และส่งออก แต่จากนี้ จะเร่งโปรโมทแบรนด์มากขึ้น และในระยะแรกจะให้ความสำคัญกับ 3 ตลาดหลัก ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์
ทั้งยัง วางเป้าหมายการเติบโตของแบรนด์ไว้ที่ 5 เท่า ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า หรือมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 20 ของรายได้รวมทั้งหมดของบริษัทฯ
คุณอภิรักษ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันผู้บริโภคยังคงเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจต่อเนื่อง แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ผู้บริโภคเลือกมากขึ้น ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ได้รับ โดยเฉพาะด้านอาหารที่หันมาเลือกเมนูที่ดีต่อสุขภาพ ควบคู่กับความสะดวกในการบริโภค ทำให้ คาดหวังว่าบริษัทฯ จะสามารถเติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้นได้
ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายนอกที่มีความผันผวน ทั้งด้านเศรษฐกิจ ราคาพลังงาน และประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องปรับตัว โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต การจัดการของเสีย เพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวน รวมถึง การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร (AgriTech) เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ คุณอภิรักษ์ ยังกล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจว่า รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการระยะสั้นหลายด้าน ทั้งการบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น การสนับสนุนแหล่งเงินทุนแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ในระยะกลาง และระยะยาว ยังจำเป็นต้องมีมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้ประเทศสามารถก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจไปได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
