รีเซต

ORเดินเกมปิดดีลร่วมทุน ไฮซีซันปั๊มขายน้ำมันโต

ORเดินเกมปิดดีลร่วมทุน ไฮซีซันปั๊มขายน้ำมันโต
ทันหุ้น
25 กรกฎาคม 2565 ( 14:36 )
107
ORเดินเกมปิดดีลร่วมทุน ไฮซีซันปั๊มขายน้ำมันโต

#OR #ทันหุ้น - OR ลุ้นครึ่งหลังปี 2565 ปิดดีลร่วมทุน บริษัทเล็ก-ใหญ่ ไม่น้อยกว่า 5 ดีล คงงบ 5 ปี 9.6 หมื่นล้านบาท เล็งครึ่งปีหลัง 2565 เข้าไฮซีซัน-ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง มองปริมาณการจำหน่ายน้ำมันปีนี้เติบโตต่อเนื่อง 8-10% จากปีก่อน กางแผนขยายสถานีบริการน้ำมันช่วงที่เหลือของปีนี้อีกกว่า 50 แห่ง เป็น 2.13 พันแห่งทั่วประเทศ

 

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2565 บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การบริการ และธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยมีขนาดของธุรกิจตั้งแต่ระดับองค์กร ขนาดย่อย (SMEs) และสตาร์ทอัพ คาดว่าจะสามารถปิดดีลได้อย่างน้อย จำนวน 5 ราย ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ในปัจจุบันบริษัทยังคงงบลงทุนรวม 5 ปี (2565-2569) ไว้ที่ 96,000 ล้านบาท โดยจะมุ่งเน้นในการเพิ่มพอร์ตที่มากกว่าพลังงาน (Non-Oil)

 

ทั้งนี้ ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันในปี 2565 คาดว่าจะมีการเติบโตได้อย่างน้อย 8-10% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้เทียบกับ 6 เดือนแรกของปีก่อน มียอดการจำหน่ายน้ำมันเติบโต 6-8% แล้ว โดยมีปัจจัยหนุนมาจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้น ในขณะที่ซัพพลายขาดตลาดจากปัญหาสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และด้วยทราฟฟิกสถานีบริการน้ำมันที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลในเชิงบวกต่อยอดขาย Non-Oil เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 

เข้าไฮซีซัน

 

ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันในช่วงครึ่งหลังปี 2565 จะได้รับปัจจัยหนุนจากช่วงวันหยุดเทศกาลต่างๆ ที่มีจำนวนมาก ซึ่งในไตรมาส 3/2565 มีวันหยุดค่อนข้างเยอะ และในไตรมาส 4/2565 เป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยว ประกอบกับด้วยราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังเป็นอีกปัจจัยบวกที่กระตุ้นให้มีการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย ด้านค่าการตลาดน้ำมันดีเซลและเบนซิน ปัจจุบันในส่วนของดีเซลพื้นฐานภาครัฐยังคงให้การดูแลควบคุมราคาไม่ให้เกินระดับ 35 บาทต่อลิตร ขณะที่เบนซินพื้นฐาน สำนักนโยบายและแผนพลังงานนั้น ยังคงใช้นโยบายเดิม

 

ส่วนประเด็นธนาคารกลางเมียนมาได้ออกมาระงับ (CBM) มีคำสั่งให้บริษัทและผู้กู้ยืมเงินรายย่อยระงับการจ่ายหนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยแก่เจ้าหนี้ต่างประเทศ เพื่อรักษาปริมาณทุนสำรองเงินตราต่างประเทศนั้น บริษัทยืนยันว่าไม่ได้ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีธุรกิจอยู่ในเมียนมา 2 ธุรกิจ ได้แก่ โครงการร่วมทุนธุรกิจคลังและค้าส่งปิโตรเลียม (LPG) ที่ปัจจุบันมีการก่อสร้างไปแล้วกว่า 80% และที่ผ่านมาบริษัทยังไม่มีปัญหาในเรื่องของการชำระเงินให้กับผู้รับเหมา และแฟรนไชส์ คาเฟ่ อเมซอน จำนวน 6 สาขา ซึ่งยังคงดำเนินกิจการได้ตามปกติ

 

รุกขยายปั๊ม

 

สำหรับแผนการขยายสถานีบริการน้ำมันในช่วงที่เหลือของปี 2565 อีกประมาณ 50 สาขา เป็น 2,130 สาขา จากปัจจุบันที่ 2,080 สาขา (เฉพาะในประเทศไทย) ขณะที่แผนการขยายสาขาในต่างประเทศนั้น คาดว่าจะมีการขยายไปยังประเทศใหม่อย่างน้อย 1 ประเทศ จากปัจจุบันที่มีการขยายสถานีบริการน้ำมันไปแล้วมากกว่า 10 ประเทศ ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าหมายภายในปี 2573 จะมีการขยายสถานีบริการน้ำมันให้ครอบคลุมกว่า 100 ประเทศ ผ่านการหาพันธมิตรท้องถิ่นที่มีศักยภาพเพื่อร่วมลงทุน และการขายแฟรนไชส์

 

ในส่วนการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า (EV Station PluZ) มั่นใจว่าจะติดตั้งได้ครบ 450 แห่งทั่วประเทศไทยภายในสิ้นปี 2565 จากปัจจุบันได้ติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้ากว่า 100 แห่ง แบ่งเป็นสัดส่วนกว่า 90% อยู่บนพื้นที่ในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และในส่วน 10% ที่เหลือจะเปิดเพิ่มเติมภายนอกสถานีบริการ พีทีที เช่น ในมหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า โรงแรม เพื่อให้ตลอดเส้นทางเดินทางทั่วไทย มีจุดชาร์จรองรับ และจะเริ่มคิดค่าบริการที่จุดชาร์จในเดือน สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป

 

บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่าฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มกำไรของ OR ในอีก 2-3 ไตรมาสข้างหน้า จาก 1. ความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่น้ำมัน (อาหารและเครื่องดื่ม) และ 2. EBITDA margin ที่ยั่งยืนจากการจัดการสินค้าคงคลังที่ยืดหยุ่นมากขึ้นและการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ OR ยังเป็นหนึ่งหุ้นเด่นของทางฝ่าย จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง