รีเซต

กองทัพบกสหรัฐฯ ผลักดันหุ่นยนต์อัตโนมัติปฏิบัติภารกิจส่งกำลังบำรุงและอพยพผู้บาดเจ็บในเขตสู้รบ

กองทัพบกสหรัฐฯ ผลักดันหุ่นยนต์อัตโนมัติปฏิบัติภารกิจส่งกำลังบำรุงและอพยพผู้บาดเจ็บในเขตสู้รบ
TNN ช่อง16
25 เมษายน 2569 ( 01:15 )
11

กองทัพบกสหรัฐอเมริกา (U.S. Army) กำลังเร่งผลักดันการใช้ยานยนต์ภาคพื้นดินไร้คนขับ (UGV) หรือหุ่นยนต์อัตโนมัติ เพื่อทดแทนการใช้กำลังพลในปฏิบัติการที่อันตรายที่สุดบริเวณแนวหน้า ซึ่งได้แก่การขนส่งเสบียงและการอพยพทหารที่ได้รับบาดเจ็บ 

ในปัจจุบัน โดรนของฝ่ายตรงข้ามได้ขยายขีดความสามารถทั้งในด้านการสอดแนมและการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภัยคุกคามจากปืนใหญ่และพลซุ่มยิง ทำให้การเคลื่อนที่ของกำลังพลแม้ในระยะทางสั้นๆ กลายเป็นความเสี่ยงอย่างมหาศาล

กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า สภาพแวดล้อมการรบในปัจจุบันถูกเฝ้าระวังจากศัตรูอยู่ตลอดเวลา ทำให้พื้นที่แนวหน้ามีความเปราะบางสูงมาก และกลายเป็นจุดบอดและอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้บังคับบัญชาในการส่งเสบียงอาหาร เครื่องกระสุน อุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนการเข้าไปอพยพผู้บาดเจ็บ

และเพื่อแก้ปัญหานี้ กองทัพบกสหรัฐฯ จึงได้ประกาศค้นหาแพลตฟอร์มหุ่นยนต์จากบริษัทต่าง ๆ ที่มีคุณสมบัติแบบทูอินวัน (Dual-role) ซึ่งสามารถใช้งานสลับกันระหว่างการลากจูงเสบียงและการอพยพผู้บาดเจ็บได้อย่างรวดเร็วโดยพึ่งพาการปรับแต่งเพียงเล็กน้อย

ในด้านการส่งกำลังบำรุง ยานพาหนะนี้จะต้องมีขีดความสามารถในการบรรทุกสิ่งของที่เพียงพอสำหรับรักษาสภาพความพร้อมรบของหมวดปืนเล็กและกองบัญชาการกองร้อย

ส่วนในโหมดอพยพทหารบาดเจ็บ ความยืดหยุ่นถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยหุ่นยนต์จะต้องสามารถบรรทุกทหารผู้บาดเจ็บได้อย่างน้อย 2 นาย จากจุดเกิดเหตุไปยังจุดรวมพลที่กำหนดไว้ โดยจะต้องไม่ทำให้อาการบาดเจ็บของทหารรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

หุ่นยนต์ดังกล่าวจะต้องทำงานได้ด้วยการควบคุมจากมนุษย์เพียงเล็กน้อย โดยระบบต้องรองรับการควบคุมระยะไกล (Teleoperation) การนำทางแบบอัตโนมัติ (Autonomous navigation) และการสื่อสารนอกระยะสายตา (Beyond-line-of-sight)

นอกจากนี้ยังต้องสามารถเดินทางได้ทั้งบนถนนและเส้นทางออฟโรด รวมถึงในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณ GPS อีกทั้งยังต้องสามารถพรางตัวและลดการปล่อยสัญญาณตรวจจับ (Signatures and emissions) ให้น้อยที่สุด เพื่อหลบหลีกการจับตาของศัตรูในขณะเข้าประชิดหน่วยรบ

โครงการนี้เป็นการต่อยอดจากโครงการเดิมอย่าง Small Multipurpose Equipment Transport (S-MET) และระบบหุ่นยนต์ Hunter Wolf ของบริษัท HDT Robotics ที่สามารถบรรทุกของหนักและติดตั้งอาวุธได้

ความเร่งด่วนในการพัฒนาระบบนี้เกิดจากบทเรียนในสงครามยูเครน ซึ่งการเฝ้าระวังด้วยโดรนอย่างต่อเนื่องทำให้การเคลื่อนไหวในพื้นที่โล่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง จนกองกำลังยูเครนต้องหันมาพึ่งพาหุ่นยนต์ในการส่งกำลังบำรุงและอพยพผู้บาดเจ็บใกล้แนวหน้า

หากแพลตฟอร์มนี้ประสบความสำเร็จ จะถือเป็นการพลิกโฉมยุทธวิธีการรบของหน่วยทหารแนวหน้าอย่างเป็นทางการ โดยจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีของกำลังพล ในขณะที่ยังคงรักษาสมรรถนะการรบในสมรภูมิยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการสอดแนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง