รีเซต

น้ำท่วม ดินถล่ม "เนปาล-ทิเบต" ระเบิดเวลาบนยอดเขา ทำไมธารน้ำแข็งจึงกลายเป็นมวลน้ำมหาศาล

น้ำท่วม ดินถล่ม "เนปาล-ทิเบต" ระเบิดเวลาบนยอดเขา ทำไมธารน้ำแข็งจึงกลายเป็นมวลน้ำมหาศาล
TNN ช่อง16
27 สิงหาคม 2569 ( 15:44 )
10

เหตุการณ์น้ำหลากบริเวณชายแดนทิเบต–เนปาล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 สร้างความตกตะลึงจากมวลน้ำมหาศาลที่ไหลลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงแต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าความรุนแรง คือภัยครั้งนี้อาจไม่ได้เริ่มต้นจากฝนตกหนัก

รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก ม.เกษตรศาสตร์ อธิบายว่า ลักษณะของมวลน้ำมีความคล้ายกับการพังทลายของเขื่อน มากกว่าน้ำป่าที่ไหลตามธรรมชาติ


กลไกหนึ่งที่เป็นไปได้ คือ เมื่อภูเขาสูงชันเกิดการถล่มจากปัจจัยอย่างฝนหรือแผ่นดินไหว มวลดิน หิน และน้ำแข็งอาจไหลลงมาปิดร่องเขารูปตัว V จนเกิดเป็น “Landslide Dam” หรือเขื่อนธรรมชาติ

เมื่อน้ำจากธารน้ำแข็งถูกกักไว้ น้ำจะสะสมจนเกิดเป็นทะเลสาบ และหากเขื่อนธรรมชาติเกิดการพัง น้ำจำนวนมหาศาลก็สามารถทะลักลงสู่พื้นที่ด้านล่างได้

สิ่งที่ทำให้เขื่อนประเภทนี้น่ากังวล คือมันไม่มีมาตรฐานแบบเขื่อนที่มนุษย์สร้าง ไม่มีโครงสร้างคอนกรีต ไม่มีระบบกรอง และไม่มีอาคารระบายน้ำล้น จึงมีความไม่แน่นอนสูง

ที่สำคัญ ในหุบเขาเดียวกันอาจมีเขื่อนธรรมชาติเกิดขึ้นหลายจุด

ถ้าตัวบนแตก น้ำจะพุ่งลงมากระแทกตัวล่าง และอาจทำให้ตัวล่างแตกตาม

ความรุนแรงจึงไม่ได้เพิ่มขึ้นเพียงจากปริมาณน้ำ แต่สามารถเกิดเป็น การพังต่อเนื่องเป็นลูกโซ่

เมื่อหินและน้ำแข็งกลายเป็นชนวน


 

อีกกลไกที่ต้องจับตาคือ Ice-Rock Avalanche

หากมวลหินหรือน้ำแข็งจากพื้นที่สูงถล่มลงไปในทะเลสาบอย่างฉับพลัน อาจทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่ คลื่นดังกล่าวสามารถกระแทกหรือข้ามเขื่อนธรรมชาติ จนนำไปสู่การพังทลายอย่างรวดเร็ว

หากน้ำที่ถูกกักไว้เป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งและเกิดการระบายออกอย่างฉับพลัน ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า GLOF หรือ Glacier Lake Outburst Flood

กล่าวง่าย ๆ คือ เมื่อภูเขาถล่ม  ทำให้เกิดเขื่อนธรรมชาติ และเกิดน้ำสะสม สุดท้ายเกิดแรงกระแทกหรือเขื่อนพังส่งผลให้ น้ำทะลักลงมา

และหากมีเขื่อนธรรมชาติหลายชั้น การพังอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน


ภัยที่ไม่จำเป็นต้องรอฝน

ความน่ากังวลอีกด้านคือ ภัยประเภทนี้ไม่ได้จำเป็นต้องเกิดขึ้นพร้อมฝนตกหนัก

การพังของ Landslide Dam หรือ Glacier Lake อาจเกิดขึ้นในวันที่อากาศแจ่มใส หากเงื่อนไขบนภูเขาเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

จึงมีแนวคิดที่เรียกว่า “Sunny Day Failure”

ฟ้าอาจใส ฝนอาจไม่ตก แต่ภูเขาด้านบนกำลังพัง

สำหรับพื้นที่ภูเขาสูงระดับทิเบตและเนปาล การเฝ้าระวังยิ่งมีข้อจำกัด เพราะพื้นที่ต้นเหตุอยู่สูง ชัน และเข้าถึงยาก หากเกิดเขื่อนธรรมชาติในพื้นที่ห่างไกล การเข้าไปขุดระบายน้ำหรือจัดการโครงสร้างเพื่อป้องกันการพังอาจทำได้ยากมาก

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงสะท้อนความท้าทายใหม่ของการรับมือภัยพิบัติ

เพราะภัยไม่ได้เกิดเฉพาะจากสิ่งที่เกิดขึ้น ตรงหน้า แต่อาจเริ่มจากสิ่งที่กำลังสะสมและเปลี่ยนแปลงอยู่ บนยอดเขา

และในโลกที่สภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนแปลง ภูเขาสูง ธารน้ำแข็ง ทะเลสาบ และมวลหิน อาจเชื่อมโยงกันเป็นระบบภัยพิบัติที่ซับซ้อนขึ้น

บางครั้ง หายนะไม่ได้เริ่มจากเสียงฝน แต่อาจเริ่มจากเสียงภูเขาที่กำลังพังอยู่ไกลออกไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง