หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 14 ก.ค. 2569 หุ้นชิปร่วง กังวลสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (13 กรกฎาคม 2569) หลังนักลงทุนวิตกสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง ขณะที่หุ้นกลุ่มชิปและเทคโนโลยีถูกเทขายกดดันตลาด
ดัชนีสำคัญของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายดังนี้
- ดาวโจนส์ (Dow Jones) ปิดที่ 52,498.64 จุด ลดลง 138.37 จุด หรือ 0.26%
- S&P 500 ปิดที่ 7,515.34 จุด ลดลง 60.05 จุด หรือ 0.79%
- Nasdaq ปิดที่ 25,873.18 จุด ลดลง 408.43 จุด หรือ 1.55%
สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านกดดันตลาดการเงิน
บรรยากาศการลงทุนได้รับแรงกดดัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯ จะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน พร้อมเข้าควบคุมความปลอดภัยบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และเรียกเก็บค่าชดเชยจากสินค้าที่ขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าว
ความตึงเครียดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังทั้งสองประเทศเปิดฉากโจมตีทางอากาศตอบโต้กันอย่างหนักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง และหันไปติดตามผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 9% เพิ่มแรงกังวลเงินเฟ้อ
สถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent พุ่งขึ้นมากกว่า 9% ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้
นอกจากนี้ คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในผู้ว่าการเฟด ยังส่งสัญญาณว่าเฟดไม่ควรทำผิดพลาดเหมือนช่วงปี 2564-2565 ที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยช้าเกินไปในช่วงเงินเฟ้อเร่งตัว
หุ้นชิปร่วงหนัก ฉุด Nasdaq ดิ่งกว่า 1.5%
แรงขายกระจุกตัวในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีใน S&P 500 ลดลง 2.07% ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 3.16% ตามทิศทางราคาน้ำมัน
หุ้นผู้ผลิตชิปหลายบริษัทปรับตัวลดลงอย่างหนัก ได้แก่
- Micron Technology ลดลง 3.6%
- Sandisk ร่วง 12.6%
- Seagate Technology ลดลง 5.4%
- AMD ลดลง 4.2%
- Intel ลดลง 5.5%
- SK hynix ที่เพิ่งเข้าซื้อขายใน Nasdaq ร่วง 9.3% หลังพุ่งแรงในวันแรกของการซื้อขาย
ตลาดจับตาเฟด-ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ
นักลงทุนรอติดตามการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อสภาคองเกรส รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่
- ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายน
- ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI)
- ยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายน
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาผลประกอบการของธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น JPMorgan Chase, Goldman Sachs, Morgan Stanley, Bank of America, Citigroup และ Wells Fargo เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์