คลังจ่อหั่นจีดีพีปี’64 โตต่ำกว่า 4.5% เหตุเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวดีเกินคาด - จับตาโควิด หวั่นล็อกดาวน์ซ้ำ

คลังจ่อหั่นจีดีพีปี’64 โตต่ำกว่า 4.5% เหตุเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวดีเกินคาด - จับตาโควิด หวั่นล็อกดาวน์ซ้ำ
ข่าวสด
14 ธันวาคม 2563 ( 15:42 )
41
คลังจ่อหั่นจีดีพีปี’64 โตต่ำกว่า 4.5% เหตุเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวดีเกินคาด - จับตาโควิด หวั่นล็อกดาวน์ซ้ำ

คลังจ่อหั่นจีดีพีปี’64 หลัง คนละครึ่ง-เติมเงินบัตรคนจน หนุนเศรษฐกิจปีหน้าพุ่งอีก 0.2% แต่ทั้งปีโตต่ำกว่า 4.5% เหตุศก.ปี 2563 ขยายตัวดีเกินคาด

 

คลังจ่อหั่นจีดีพีปี’64 - น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมปรับประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2564 ใหม่ โดยมีแนวโน้มปรับลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 4.5% เป็นผลมาจากเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ปรับตัวดีขึ้นจากที่คาด หลังจากที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ประกาศตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3/2563 ขยายตัวที่ติดลบ 6.4% ซึ่งดีกว่าที่คลังคาดการณ์อย่างมาก ทำให้เชื่อว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2563 จะขยายตัวได้ดีกว่าที่คลังเคยคาดการณ์ว่าจะติดลบสูงถึง 7.7%

 

“การคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2564 เป็นเรื่องที่พูดได้ยาก เพราะเศรษฐกิจในปี 2563 ฟื้นตัวดีกว่าที่คาด ทำให้ฐานปรับตัวสูง ก็อาจจะทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจในปีหน้าไม่โตเท่ากับ 4.5% ที่เคยคาดการณ์ไว้เดิม” น.ส.กุลยา กล่าว

 

น.ส.กุลยา กล่าวอีกว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะฟื้นตัวได้ดีกว่าปีนี้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาล ทั้งโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท และโครงการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม วงเงิน 2.1 หมื่นล้านบาท รวม 6 หมื่นกว่าล้านบาท จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้มีเม็ดเงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ และช่วยให้ตัวเลขจีดีพีปีหน้าขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.2%

 

ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยสำคัญกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม อาทิ สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซึ่งจะต้องไม่มีการล็อกดาวน์อีก โดยประชาชนจะต้องร่วมมือกัน เพราะต้นทุนในการป้องกันต่ำกว่าการเยียวยา แต่ถ้ามีการล็อกดาวน์ก็เชื่อว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่าปี 2563 ขณะที่การส่งออกก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณของประเทศคู่ค้า ได้แก่ จีน เวียดนามและสหรัฐ ที่ดีขึ้น

 

แต่ยังต้องติดตามเกี่ยวกับภาคบริการของไทย ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 60% ของจีดีพี ว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้เร็วแค่ไหน รวมทั้งต้องรอดูนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีคนใหม่ว่าจะมีการดำเนินนโยบายด้านการเงินและการคลังอย่างไร ส่วนประเด็นเรื่องการเมืองภายในประเทศ มองว่า ยังไม่มีผลกระทบที่เป็นนัยยะสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2564

ข่าวที่เกี่ยวข้อง