รีเซต

ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าทั่วโลก ไทยโดน 36%

ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าทั่วโลก ไทยโดน 36%
TNN ช่อง16
3 เมษายน 2568 ( 05:55 )
54

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธฺบดีสหรัฐฯ แถลงข่าวจากสวนกุหลาบ ที่ทำเนียบขาว เปิดเผยแผนการขึ้นภาษีครั้งใหญ่รอบใหม่ ที่เขาเรียกว่าวันนี้เป็น “วันปลดปล่อย” อเมริกาจากการถูกเอาเปรียบ ซึ่งมีหลายประเทศทั่วโลกที่ถูกขึ้นภาษีในครั้งนี้ โดยแต่ละประเทศถูกขึ้นภาษีในอัตราที่แตกต่างกันตั้งแต่ 10% ไปจนถึง 49% รวมทั้งประเทศไทยที่ถูกขึ้นภาษีในอัตราที่สูงถึง 36%

 ทรัมป์ได้เตรียมตารางรายชื่อประเทศที่ถูกขึ้นภาษีให้นักข่าวได้ดู โดยทรัมป์อธิบายว่า “หลายสิบปีที่ผ่านมา ประเทศของเราถูกปล้น ถูกจี้ ถูกโกง จากประเทศที่อยู่ทั้งใกล้และไกล ประเทศที่เป็นทั้งมิตรและศัตรู” สหรัฐฯ จึงตัดสินใจที่จะเก็บภาษีนำเข้า 34% จากจีน, 20% จากสหภาพยุโรป, 25% จากเกาหลีใต้, 24% จากญี่ปุ่น 26% จากอินเดีย และ 32% จากไต้หวัน เพื่อตอบโต้ภาษีที่ประเทศเหล่านี้เก็บกับสินค้าของสหรัฐฯ

 ในส่วนของประเทศไทยถูกสหรัฐฯ ตั้งภาษีสูงถึง 36% เช่นเดียวกับประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกเก็บภาษีที่สูงในอันดับต้น ๆ เช่น เวียดนามที่ถูกเก็บภาษี 46%, กัมพูชา 49%, เมียนมา 44%, ลาว 48%, อินโดนีเซีย 32% มาเลเซีย 24%, บรูไน 24% และสิงคโปร์ 10%

 ในส่วนของประเทศอื่น ๆ ส่วนใหญ่แล้วจะถูกขึ้นภาษีในอัตรา 10% เช่น อังกฤษ, บราซิล, ชิลี, ออสเตรเลีย, ตุรกี, โคลัมเบีย, เปรู, คอสตาริกา, โดมินิกัน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, นิวซีแลนด์, อาร์เจนตินา, เอกวาดอร์, กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, อียิปต์, ซาอุดีอาระเบีย, เอลซัลวาดอร์, ตรินิแดดและโตเบโก, โมร็อกโก

ทรัมป์บอกว่าเขาถือว่าตัวเองนั้นใจดีแล้ว เพราะภาษีที่เขาขึ้นเพื่อตอบโต้เหล่านี้ คิดเป็นแค่ 50% ของภาษีที่ประเทศเหล่านี้เก็บจากสินค้าสหรัฐฯ ซึ่งในตอนแรกทรัมป์มีแผนจะเก็บภาษีประเทศเหล่านี้ในอัตราที่เท่ากันกับที่ประเทศเหล่านี้เก็บจากสินค้าสหรัฐฯ แบบ 100%

 ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะเริ่มต้น “ยุคทอง” ให้กับอเมริกาและกล่าวว่าถึงเวลาแล้วที่สหรัฐฯ จะต้อง “เจริญรุ่งเรือง” โดยทรัมป์จะเริ่มเก็บภาษีรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด 25% เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และในวันที่ 5 เมษายนจะเริ่มเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด 10% และในวันที่ 9 เมษายน จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าแต่ละประเทศตามที่ประกาศเอาไว้

 อย่างไรก็ตาม การขึ้นภาษีครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญมองว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้สหรัฐฯ เจอภาวะเศรษฐกิจถดถอย เพราะผู้บริโภคชาวอเมริกันต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าในราคาที่แพงขึ้น และจะเป็นการพลิกกลับการเปิดเสรีทางการค้าที่หล่อหลอมระเบียบโลกมาหลายทศวรรษ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการค้าโลก คาดว่าคู่ค้าทางการค้าของสหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยมาตรการตอบโต้ที่อาจส่งผลให้ราคาสินค้าทุกประเภทถีบสูงขึ้นอย่างมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง