ญี่ปุ่นยืนยัน พบผู้ติดเชื้อ สายพันธุ์ 'มิว' ครั้งแรกในประเทศ ที่สนามบิน 2 ราย

ญี่ปุ่นยืนยัน พบผู้ติดเชื้อ สายพันธุ์ 'มิว' ครั้งแรกในประเทศ ที่สนามบิน 2 ราย
ข่าวสด
2 กันยายน 2564 ( 10:51 )
10
ญี่ปุ่นยืนยัน พบผู้ติดเชื้อ สายพันธุ์ 'มิว' ครั้งแรกในประเทศ ที่สนามบิน 2 ราย

ญี่ปุ่นยืนยันพบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 สายพันธุ์ “มิว” จำนวน 2 ราย หลังจากที่ทางองค์การอนามัยโลกกล่าวว่าเป็นสายพันธุ์ที่น่าจับตามอง ระหว่างการตรวจคัดกรองที่สนามบิน

 

 

เมื่อวันที่ 2 กันยายน เจแปนไทมส์ ได้รายงานว่า เมื่อค่ำวันจันทร์ (30 ส.ค.) ทางกระทรวงสาธารณะสุขของญี่ปุ่นได้ออกมาแถลง ว่ามีการตรวจพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์มิว ที่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เป็นสายพันธุ์ที่ที่น่าจับตามอง ในผู้โดยสารซึ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย

 

 

โดยรายแรกเป็นหญิงอายุ 40 ปี ซึ่งเดินทางมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน และอีกรายในหญิงอายุ 50 ปี ซึ่งเดินทางมาจากสหราชอาณาจักรมาถึงญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม โดยผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์มิว และทั้งคู่ไม่แสดงอาการป่วย

 

 

 

 

ขณะเดียวกัน ในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลมากนักเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์มิว หรือ B.1.621 รวมถึงประเด็นที่ว่าไวรัสแพร่กระจายได้ง่ายขนาดไหน และจะสามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากวัคซีนได้หรือไม่

 

 

ด้าน นายวาคิตะ ทาคาจิ ผู้อำนวยการใหญ่สถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติของญี่ปุ่น ระบุว่าจำเป็นจำต้องมีการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมและว่า มีการยืนยันการพบหลายสายพันธุ์แต่ควรมุ่งความสนใจไปที่สายพันธุ์ที่แพร่ระบาดได้มากกว่าชนิดอื่น

 

 

 

 

ทั้งนี้ทางองค์การอนามัยโลก ได้ตรวจพบสายพันธุ์มิวครั้งแรกในโคลอมเบียเมื่อเดือนมกราคม และพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวกว่า 40% ของผู้ติดเชื้อในประเทศ และเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (1 ก.ย.) ทางองค์การอนามัยโลกก็ได้ระบุว่ามีการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์มิวแล้วในอย่างน้อย 40 ประเทศ

 

 

"สายพันธุ์มิวมีกลุ่มของการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มที่จะมีคุณสมบัติในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน" องค์การอนามัยโลกระบุ

 

 

ทำให้ในขณะนี้มีความกังวลกันในวงกว้างเกี่ยวกับการเกิดขึ้นของสายพันธุ์กลายพันธุ์ใหม่ ๆ เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งมีสายพันธุ์เดลตาที่สามารถแพร่กระจายได้ง่ายเป็นสายพันธุ์หลัก โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนและในพื้นที่ที่มีการผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด

 

 

ที่มา : japantimes

ข่าวที่เกี่ยวข้อง