ชื่นชม หมอ รพ.เสิงสาง โคราช ไม่มองข้ามอาการผู้ป่วย จนรักษาได้ทัน

โลกออนไลน์แห่ชื่นชม! “คุณหมออภิสรา” รพ.เสิงสาง โคราช ไม่มองข้ามอาการผู้ป่วยไอหอบ ธรรมดาไม่มีไข้ แต่ใส่ใจวินิจฉัยผู้ป่วยจนพบอาการน้ำท่วมเยื่อหัวใจ สามารถส่งต่อผ่าตัดช่วยชีวิตได้ทัน
เฟซบุ๊กของ “Naritsaret Kaewboonlert” ซึ่งเป็นอาจารย์แพทย์ อยู่ที่ รพ.เทคโนโลยีสุรนารี ได้ออกมาโพสต์ชื่นชมคุณหมอของโรงพยาบาลเสิงสาง ที่สามารถวินิจฉัยโรคได้แม่นยำก่อนที่จะส่งตัวมารักษาที่ รพ.เทคโนโลยีสุรนารี จึงทำให้คนไข้ดังกล่าวนั้นได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจนสามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้
โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า วันนี้ผมมีโอกาสได้รับเคสส่งต่อจาก รพ.เสิงสาง เป็นเคสที่ทำให้ผมรู้สึกชื่นชมในกระบวนการคิดวิเคราะห์ของน้องแพทย์เวรที่ประเมินผู้ป่วยตั้งแต่แรกรับมากครับ ประวัติผู้ป่วยหญิงอายุประมาณ 80 ปี เพิ่ง last admit ไปเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อนด้วยเรื่อง Acute bronchitis วันนี้กลับมาที่ห้องฉุกเฉินด้วยอาการสำคัญคือ ไอ หอบเหนื่อย แต่ไม่มีไข้ ตรวจร่างกายพบ Desaturation (SaO2 85-90% Room air) และที่สำคัญคือฟังเสียงปอดได้ Lung clearในสถานการณ์หน้างานที่รีบเร่ง คนหน้างานอาจจะต้องเจอกับดักทางความคิดแบบ Anchoring Bias มาลวงให้เรายึดติดกับการวินิจฉัยเดิมได้ง่ายๆ
หากมองแค่ประวัติเก่าและอาการไอหอบ ผู้ป่วยอาจถูกจับ admit สั่งพ่นยาขยายหลอดลมแล้วไปสังเกตอาการต่อบนวอร์ด ซึ่งหากการรักษาผิดทางหรือด่วนสรุปเร็วเกินไปในเคสนี้ผู้ป่วยอาจจะ cardiac arrest และไม่รอดชีวิตแต่น้องแพทย์เวรท่านนี้ไม่ตกหลุมพรางนั้นครับ
เมื่อเห็นข้อมูลที่ขัดแย้งกัน (หอบเหนื่อย ออกซิเจนตก แต่ปอดเคลียร์ ไม่มีไข้) จากภาพ CXR พบภาวะหัวใจโต (ถ้าด่วนสรุปว่าเป็น hypertension มือใหม่อาจไม่ติดใจอะไร) และ ECG มี Generalized low voltage จึงตัดสินใจทำ Bedside U/S พบความผิดปกติที่เป็นสาเหตุที่แท้จริงดังรูป (สามารถรายงานผลตรวจที่จำเป็นในการแยกโรคมาได้อย่างถูกต้อง) การตรวจพบและรายงานผล Echo ที่ตรงจุดนี้ นำไปสู่การตัดสินใจติดต่อ refer มายัง รพ.มทส. ทำให้ผู้ป่วยถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อทำการรักษาช่วยชีวิตได้ทันที
เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการไม่ยึดติดกับดักการวินิจฉัยเดิมเพื่อแยกโรค ขอปรบมือให้กับความใส่ใจและการตัดสินใจของ คุณหมออภิสรา โภคภิรมย์ รพ.เสิงสาง (ดูชื่อจากใบ refer) เก่งมากครับ
โดยแพทย์เจ้าของเคสนี้ คือ แพทย์หญิงอภิสรา โภคภิรมย์ ได้เล่าเหตุการณ์ในวันนั้น ว่า ในวันดังกล่าวตนทำหน้าที่เป็นแพทย์เวรห้องฉุกเฉิน มีผู้ป่วยหญิงอายุประมาณ 80 ปี เดินทางมาด้วยอาการเต้านมบวมและต้องการมาตรวจเพิ่มเติม แต่จากการประเมินเบื้องต้นของพยาบาลหน้าห้องตรวจพบว่า ผู้ป่วยมีอาการไอ หอบ เหนื่อย และมีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำร่วมด้วย ไม่มีไข้ พยาบาลจึงรีบแจ้งตนว่าผู้ป่วยน่าจะมีอาการทางระบบอื่นร่วมด้วยมากกว่าแค่เรื่องเต้านมบวม
จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ช่วยทำอัลตร้าซาวด์ เนื่องจากประเมินแล้วน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับโรคทางหัวใจมากกว่าโรคปอด จนกระทั่งผลตรวจพบความผิดปกติคือมีภาวะน้ำท่วมเยื่อหัวใจ จึงรีบสั่งการให้ส่งตัวผู้ป่วยไปทำการผ่าตัดฉุกเฉินที่โรงพยาบาลในตัวเมืองนครราชสีมาทันที จนสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยไว้ได้สำเร็จ ซึ่งความสำเร็จในการวินิจฉัยครั้งนี้ไม่ได้มาจากแพทย์ผู้รักษาเพียงคนเดียว แต่เกิดจากระบบคัดกรองและการทำงานเป็นทีมร่วมกับพยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ช่วยกันตรวจคัดแยกอาการป่วยฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว
แพทย์หญิงอภิสรา ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า หากวันนั้นไม่ใช่ตนปฏิบัติหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์ท่านอื่นๆ ของโรงพยาบาลเสิงสางก็ปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพในรูปแบบเดียวกันอยู่แล้ว โดยยึดประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหัวใจสำคัญ ทั้งนี้ โรงพยาบาลเสิงสางเป็นโรงพยาบาลขนาด S มีเตียงรองรับ 60 เตียง มีแพทย์ประจำ 10 ท่าน และมีผู้ป่วยนอกมารับบริการเฉลี่ยวันละ 300–400 คน พร้อมกันนี้ได้ฝากความห่วงใยไปยังกลุ่มผู้สูงอายุ หากอยู่ที่บ้านแล้วมีอาการเหนื่อยหอบผิดปกติ ไม่ควรนิ่งนอนใจว่าเป็นเพียงอาการเหนื่อยล้าจากการเดินทั่วไป แต่อาจมีโรคซ่อนเร้นทางปอดหรือหัวใจกำเริบ ขอให้รีบมาพบแพทย์โดยด่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกท่านมีความพร้อมและยินดีต้อนรับดูแลผู้ป่วยทุกคนอย่างเต็มที่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
