"หุ้นโรงพยาบาล" ผลงานฟื้นครึ่งปีหลัง กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติรีเทิร์น

กลุ่มโรงพยาบาล รายได้และกำไรน่าจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง 69 ขณะที่ดัชนีกลุ่มโรงพยาบาล underperform ดัชนี SET อย่างมีนัยสำคัญ จึงคงน้ำหนักการลงทุนที่ Overweight เลือก BH และ PR9 เป็น Top pick ของกลุ่ม
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ในไตรมาส 2/69 กำไรปกติรวมของโรงพยาบาล 6 แห่งที่ศึกษาลดลง 2% yoy และ 8% qoq แต่หากไม่รวม RAM ซึ่งเข้าซื้อ THG ในไตรมาส 3/68 กำไรปกติรวมจะลดลง 4% yoy และ 10% qoq โดยในไตรมาส 2/69 BDMS และ BCH ได้รับผลกระทบจากการที่รายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติลดลงและเศรษฐกิจไทยที่ซบเซา
ทั้งนี้ แม้ว่าฝ่ายวิเคราะห์ฯ จะเชื่อว่าไตรมาส 2/69 น่าจะเป็นไตรมาสที่ผู้ประกอบการโรงพยาบาลมีผลประกอบการต่ำสุดแล้ว แต่การฟื้นตัวหลังจากนี้น่าจะไม่เท่ากัน เนื่องจากโรงพยาบาลระดับกลาง เช่น BCH, CHG และ RAM ยังคงเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนตัวและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากโรงพยาบาลภาครัฐ
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ระบุว่า ในไตรมาส 2/69 หากไม่รวม RAM พบว่ารายได้รวมของกลุ่มโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเพียง 1% yoy แต่ลดลง 3% qoq ส่งผลให้รายได้รวมในครึ่งปีแรก 69 ทรงตัว yoy โดย BCH เป็นผู้ประกอบการโรงพยาบาลเพียงรายเดียวที่มีรายได้ลดลง yoy ในไตรมาส 2/69 (-1% yoy) เพราะไม่มีผู้ป่วยจากกัมพูชาและผู้ป่วยจากคูเวตที่ได้รับเงินอุดหนุนค่ารักษาจากภาครัฐเข้ามาใช้บริการ และปัจจัยลบที่กดดันรายได้นี้จะยังมีอยู่ในครึ่งปีหลัง 69 แม้ฐานการเติบโต yoy จะเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น
ขณะเดียวกัน อุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนตัวและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากโรงพยาบาลรัฐทำให้อำนาจในการกำหนดราคาของโรงพยาบาลเอกชนลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของโรงพยาบาลทั้ง 6 แห่งลดลง yoy ในไตรมาส 2/69 และน่าจะอยู่ภายใต้แรงกดดันต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง 69 โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติไม่สูงนัก
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่ากลุ่มโรงพยาบาลรายงานผลประกอบการต่ำสุดในไตรมาส 2/69 แล้ว แต่การฟื้นตัวหลังจากนี้ของโรงพยาบาลแต่ละแห่งน่าจะไม่เท่ากัน โดยคาดว่า BH และ PR9 จะมีผลการดำเนินงานดีกว่าคู่แข่ง เพราะมีสัดส่วนผู้ป่วยชาวต่างชาติสูงกว่า โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและเมียนมา รวมถึงอุปสงค์สะสมที่อาจกลับมาหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย
ขณะที่ BDMS น่าจะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์นี้เช่นกัน แต่โรงพยาบาลระดับกลางของ BDMS รวมถึง CHG และ RAM อาจยังต้องเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนตัวและการแข่งขันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม BCH, CHG และ RAM น่าจะได้ประโยชน์จากฐานที่ต่ำในไตรมาส 3/69 ซึ่งอาจช่วยให้กำไรสุทธิไม่ลดลง yoy
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังคงมองเชิงบวกต่อโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนผู้ป่วยชาวต่างชาติสูงกว่า และยังเลือก BH และ PR9 เป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มนี้ โดยดัชนีกลุ่มการแพทย์ บวก 5% ytd ซึ่ง Underperform ดัชนี SET ที่บวก 29% ytd อย่างมีนัยสำคัญ และเชื่อว่าราคาหุ้นโรงพยาบาลในปัจจุบันสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับกำไรที่อ่อนตัวลงแล้ว ขณะที่คาดว่ากลุ่มโรงพยาบาลจะเริ่มมีรายได้และกำไรฟื้นตัวในไตรมาส 3/69 จึงคงน้ำหนักการลงทุนอยู่ที่ “Overweight”
โดยมองว่าปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนคือ การที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางลดระดับลงและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด ส่วน Downside risk หาก SG&A เพิ่มสูงขึ้นและเศรษฐกิจไทยชะลอตัวต่อเนื่อง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
