"ทองพุ่ง" เป็นเหตุ! พลิกเกมตลาดแบรนด์หรู

กระแสความสนใจทองคำและโลหะมีค่าทั่วโลก ทำให้เครื่องประดับกลายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมากขึ้น
โดยนิตยสารแฟชั่น Women's Wear Daily รายงานว่า ผู้บริโภคสินค้าหรูยังคงซื้อเครื่องประดับชั้นดี (ไฟน์ จิวเวลรี่) ในราคาสูงต่อไป แม้ว่าราคาทองคำจะพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากพวกเขามองว่าเครื่องประดับเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า สามารถส่งต่อเป็นมรดกตกทอดได้ และยังเป็นงานฝีมือที่สวมใส่เพื่อสะท้อนตัวตน
อีกปัจจัยที่ช่วยหนุนความนิยมของเครื่องประดับ คือความคงทนและการเป็นสินค้าที่จับต้องได้ ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเครื่องประดับสามารถใช้งานได้นาน มีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ตกยุค และยังคงมีคุณค่าในระยะยาว
ส่งผลให้ยอดขายเครื่องประดับชั้นดี เติบโตเร็วกว่าสินค้าประเภทอื่น ทั้งเสื้อผ้าสำเร็จรูป และเครื่องหนัง และแนวโน้มดังกล่าวคาดว่าจะยังดำเนินต่อเนื่องในอีกหลายเดือนข้างหน้า
จากกระแสดังกล่าว ทำให้ยอดขายของกลุ่มสินค้าเครื่องประดับเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น โดยแบรนด์เครื่องประดับภายใต้ Richemont ได้แก่ Cartier, Buccellati, Van Cleef & Arpels และ Vhernier เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 24 ในไตรมาสที่ผ่านมา และยังพบว่า ทุกตลาดมีการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก ยกเว้นตะวันออกกกลาง
Luca Solca นักวิเคราะห์จาก Bernstein มองว่า Richemont อยู่ในสถานะที่ดี เนื่องจากบริษัทสามารถขาย ไฮ จิวเวลรี่ ให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง ขณะเดียวกัน ยังมีเครื่องประดับดีไซน์ทั่วไป ที่สามารถดึงดูดผู้บริโภคซึ่งมองเห็นคุณค่าในเครื่องประดับ หรือ นาฬิกา คาร์เทียร์ มากกว่ากระเป๋าถือ
ส่วน Kering คู่แข่งรายสำคัญ มียอดขายเครื่องประดับในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 18 ซึ่งแบรนด์ Boucheron ทำยอดขายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากแรงหนุนของความต้องการในญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากตัวเลขดังกล่าวเมื่อเทียบกับยอดขายรวมของบริษัท เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น
ด้าน LVMH ก็มีแนวโน้มในทิศทางเดียวกัน โดยยอดขายแบบออร์แกนิกของธุรกิจนาฬิกาและเครื่องประดับ ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ขณะที่รายได้รวมทรงตัวอยู่ที่ระดับ 19,520 ล้านยูโร ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา
นอกจากนี้ แบรนด์อื่น ๆ ทั้งรายใหญ่และรายขนาดเล็ก ต่างก็ได้รับประโยชน์จากกระแสความนิยมนี้
รวมถึง Chanel ซึ่ง Frédéric Grangié ประธานฝ่ายนาฬิกาและเครื่องประดับของ ชาแนล กล่าวก่อนหน้านี้ ถึงความสำเร็จของ ไฟน์ จิวเวลรี่ คอลเลกชัน Coco Crush ว่า ราคาทองคำที่สูงขึ้น มีส่วนทำให้ผลงานเครื่องประดับชั้นดี มีความล้ำค่ามากยิ่งขึ้น และมีมูลค่าสูงขึ้น
ด้าน Leonie Brantberg ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Jessica McCormack กล่าวว่า ทางแบรนด์กำลังเห็นการเติบโตด้วยตัวเลข 2 หลัก ในทุกผลิตภัณฑ์ และแม้ว่าราคาทองคำจะอยู่ในระดับสูง แต่ลูกค้ายังคงลงทุนในสินค้าที่ใช้ทองคำเป็นองค์ประกอบหลัก
ด้าน รอยเตอร์ส รายงานมุมมองของ Carole Madjo หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดลักชัวรี่ยุโรปของ Barclays ว่า ความสนใจในหมวดครื่องประดับที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดขึ้นหลังจากผู้บริโภคเริ่มเบื่อหน่ายกับการขาดนวัตกรรมในสินค้าแฟชั่นระดับไฮเอนด์ ท่ามกลางช่วงเวลาที่หลายแบรนด์มีการเปลี่ยนตัวนักออกแบบอยู่บ่อยครั้ง ขณะเดียวกัน การปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำก็ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับเครื่องประดับในฐานะสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าได้
รายงานข่าวระบุว่า แม้ Richemont และ LVMH จะเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องประดับรายใหญ่ที่สุด แต่แบรนด์ขนาดเล็กก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน ส่งผลให้ตลาดเครื่องประดับมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับสินค้าในกลุ่ม Soft Luxury และเริ่มดึงดูดความสนใจจากบริษัทที่เดิมมุ่งเน้นธุรกิจแฟชั่นมากขึ้น
โดย Hermes, Prada และ Gucci ต่างเพิ่มน้ำหนักให้กับธุรกิจเครื่องประดับ เนื่องจากเป็นหมวดสินค้าที่กำลังเติบโต
นอกจากนี้ Kering เจ้าของแบรนด์แฟชั่นอย่าง Gucci Saint Laurent Bottega Veneta Balenciaga เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เพิ่มน้ำหนักให้กับธุรกิจเครื่องประดับ
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาบริษัทได้ประกาศจัดตั้ง Kering Jewelry หน่วยงานใหม่เพื่อจัดโครงสร้างและเร่งการเติบโตของธุรกิจจิวเวลรี โดยรวมแบรนด์ Boucheron, Pomellato, Dodo และ Qeelin เข้าด้วยกัน พร้อมนำ Raselli Franco Group ซึ่งเป็นบริษัทด้านการผลิตของกลุ่ม และอยู่ระหว่างการควบรวมกิจการ เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานใหม่นี้ด้วย
ซึ่ง Kering Jewelry จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มแบบบูรณาการ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของแต่ละแบรนด์ โดยต่อยอดจากเอกลักษณ์ด้านความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาคอลเลกชันรุ่นไอคอนิกและ ไฮ จิวเวลรี รวมถึงเปิดโอกาสให้สามารถต่อยอดธุรกิจจิวเวลรีไปยังแบรนด์ในกลุ่มแฟชั่นและเครื่องหนังได้ในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
