เช็กปริมาณน้ำเขื่อนทั่วไทย 7 พ.ค. 69 ฝนเริ่มมา แต่น้ำยังน่าห่วงหลายพื้นที่

หลังหลายจังหวัดเริ่มมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศเริ่มได้รับแรงหนุนจากปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานด้านน้ำยังชี้ว่า หลายพื้นที่ของประเทศยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่บางแห่งที่มีปริมาณน้ำต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุม
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานว่า ณ วันที่ 6–7 พฤษภาคม 2569 ปริมาณน้ำรวมในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ประมาณ 46,994–47,125 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 58% ของความจุรวม ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การได้อยู่ที่ประมาณ 22,893–23,026 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 40–41% ของความจุใช้การ
สทนช. ระบุว่า ภาพรวมยังมีน้ำเพียงพอสำหรับรองรับการใช้น้ำในช่วงปลายฤดูแล้งต่อเนื่องถึงต้นฤดูฝนปี 2569 แต่ยังต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ เนื่องจากน้ำไหลเข้าเขื่อนหลักหลายแห่งยังอยู่ในระดับต่ำ
ภาคตะวันตกน้ำมากสุด ส่วนภาคกลาง-ตะวันออกยังต่ำ
เมื่อพิจารณาปริมาณน้ำแยกรายภาค พบว่า ภาคตะวันตกยังเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำมากที่สุดของประเทศ อยู่ที่ 18,929 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 67% ของความจุ ตามด้วยภาคใต้ที่ 62% และภาคเหนือ 57%
ขณะที่ภาคกลางและภาคตะวันออกยังเป็นพื้นที่น่าห่วง โดยมีปริมาณน้ำเพียง 33% และ 35% ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศอย่างชัดเจน
รายละเอียดปริมาณน้ำแต่ละภาค มีดังนี้
- ภาคเหนือ 15,832 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 57%
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5,633 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 47%
- ภาคตะวันตก 18,929 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 67%
- ภาคใต้ 4,882 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 62%
- ภาคตะวันออก 1,068 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 35%
- ภาคกลาง 650 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 33%
4 เขื่อนเจ้าพระยา ยังมีน้ำใช้การ 40%
ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ระบุว่า เขื่อนหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำใช้การรวม 7,215 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 40% ของความจุใช้การ
เขื่อนภูมิพลยังมีน้ำใช้การมากที่สุด อยู่ที่ 4,154 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 43% ส่วนเขื่อนสิริกิติ์อยู่ที่ 2,635 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 40%
ด้านเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยมีน้ำใช้การเพียง 25% และ 21% ตามลำดับ
ขณะเดียวกัน เขื่อนภูมิพลมีน้ำไหลเข้าเพียง 2.44 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่ยังต้องระบายน้ำออกเฉลี่ย 25.01 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ระบายอยู่ที่ 23.02 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่งผลให้ระดับน้ำโดยรวมยังลดลงต่อเนื่อง แม้เริ่มมีฝนตกในหลายพื้นที่
เขื่อนแม่กลองยังต้องเฝ้าระวัง “วชิราลงกรณ”
สำหรับเขื่อนหลักในลุ่มน้ำแม่กลอง ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ มีน้ำใช้การรวม 5,028 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 38% ของความจุใช้การ
อย่างไรก็ตาม เขื่อนวชิราลงกรณยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มเขื่อนเฝ้าระวัง เนื่องจากมีน้ำใช้การเพียง 14% ของความจุ ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย
เขื่อน EEC ยังอยู่ในระดับใช้งานได้
พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ยังมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ต่อเนื่อง
- อ่างเก็บน้ำประแสร์ มีน้ำ 161 ล้าน ลบ.ม. หรือ 55%
- อ่างเก็บน้ำบางพระ มีน้ำ 56 ล้าน ลบ.ม. หรือ 48%
- อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล มีน้ำ 74 ล้าน ลบ.ม. หรือ 45%
แม้ภาพรวมยังไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤต แต่หน่วยงานด้านน้ำยังคงติดตามปริมาณฝนและการใช้น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ
8 เขื่อนใหญ่ทั่วประเทศ ยังต่ำกว่าเกณฑ์
สทนช. ระบุว่า มีเขื่อนขนาดใหญ่ 8 แห่งทั่วประเทศที่มีปริมาณน้ำต่ำกว่า 30% และต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
- แม่มอก
- แควน้อยบำรุงแดน
- ป่าสักชลสิทธิ์
- ห้วยหลวง
- ขุนด่านปราการชล
- คลองสียัด
- วชิราลงกรณ
- ปราณบุรี
ในจำนวนนี้ อ่างเก็บน้ำคลองสียัดอยู่ในภาวะน่ากังวลมากที่สุด โดยมีน้ำเหลือเพียงประมาณ 2% ของความจุ
นอกจากนี้ ยังมีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางอีกประมาณ 67–70 แห่งทั่วประเทศที่มีน้ำต่ำกว่า 30% โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบมากที่สุดถึง 32 แห่ง
ฝนเริ่มเพิ่ม แต่ต้องรอฤดูฝนเต็มรูปแบบ
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักหลายพื้นที่ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 โดยเฉพาะภาคใต้ตอนล่าง เช่น นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
ขณะที่ภาคเหนือมีฝนหนักในจังหวัดน่านและแพร่ ส่วนภาคอีสานพบฝนหนักในจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ และอุดรธานี
ข้อมูลตรวจวัดฝนสะสม 24 ชั่วโมงล่าสุด พบว่า จังหวัดพะเยามีปริมาณฝนสูงสุด 54.4 มิลลิเมตร รองลงมาคือ ตรัง 39.2 มิลลิเมตร และฉะเชิงเทรา 37.8 มิลลิเมตร
แม้หลายพื้นที่เริ่มมีฝนตกต่อเนื่อง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมองว่า ต้องรอเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม 2569 จึงจะเริ่มเห็นระดับน้ำในเขื่อนหลักของประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
