เดือดแทน ชาวบ้านประณามหนุ่ม 28 ผลักปู่ 92 ล้มหัวฟาดพื้น

เดือดแทน ชาวบ้านประณามหนุ่ม 28 ผลักปู่ 92 ล้มหัวฟาดพื้น
77ข่าวเด็ด
17 เมษายน 2563 ( 12:57 )
79
เดือดแทน ชาวบ้านประณามหนุ่ม 28 ผลักปู่ 92 ล้มหัวฟาดพื้น

ฉะเชิงเทรา – เดือดแทน ชาวบ้านประณามการกระทำของหนุ่มขับกระบะวัย 28 ปี ผลักผู้สูงอายุขับเก๋งวัย 92 ปีล้มหัวฟาดพื้น ระบุหากเป็นญาติ “มันต้องตาย” เผยทั้งหมู่บ้านมีผู้สูงวัยอายุยืนเหลืออยู่เพียงแค่ 2 คนสุดท้ายเท่านั้น ยันคุณปู่ชอบชีวิตสันโดษไม่ยอมให้บุตรหลานเข้ามาวุ่นวายหรือขีดเส้นในความเป็นอยู่มากนัก จนรู้สึกเป็นห่วงใยแทน

วันที่ 17 เม.ย.63 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางประเสริฐศรี สิงห์ภิรมย์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ต.บางขนาก อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อนบ้านใกล้ชิดกันกับบ้านของ นายบัญชา ดิษฐาพร อายุ 92 ปีอดีตข้าราชการครู คุณปู่ที่ถูกหนุ่มเลือดร้อนก่อเหตุผลักจนล้มหงายท้องศีรษะฟาดพื้นหมดสติจมกองเลือด ที่บริเวณหน้าร้านทองกลางตลาด อ.บางน้ำเปรี้ยว เมื่อเย็นวันที่ 15 เม.ย.63 ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกแย่มากทางจิตใจ และรู้สึกเกลียดชังเด็กหนุ่มวัย 28 ปี ที่ลงมือก่อเหตุผลักลุงวัย 92 ปี ขึ้นมาในทันที ที่ได้เห็นคลิปภาพที่ถูกนำออกมาเผยแพร่ทางสื่อโซเชียล เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงมากต่อผู้สูงอายุ โดยลุงที่อยู่ข้างบ้านนี้ไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่ใครมาก่อน ปกติเห็นลุงแก มักจะออกไปตลาดเพื่อหาซื้อกับข้าวมารับประทานเองในทุกๆ วัน ช่วงเวลาประมาณ 3-4 โมงเย็นโดยขับรถยนต์เก๋งออกไปเอง

ซึ่งตนในฐานะเพื่อนบ้านก็มักจะออกมาดูแลบนถนนอยู่บ่อยครั้ง หากมีรถขับผ่านมาบีบแตร และคอยช่วยสังเกตดูว่าลุงได้ออกมาเดินบ้างหรือไม่ ในช่วงเช้าๆ ถ้าวันไหนเห็นความผิดปกติ คุณลุงไม่ได้ออกมาเดินเล่นก็จะโทรศัพท์บอกให้หลานๆ หรือคนเข้าไปดู ว่าเป็นอย่างไรบ้างยังอยู่ดีหรือไม่ เพราะเคยสอนหนังสือตนเองมา ทั้งคุณลุงและภรรยา ที่โรงเรียนวัดเกตุสโมสร อีกทั้งตนเองยังคุ้นเคยกันกับครอบครัวลูกๆ ของคุณลุงด้วย

โดยลุงแกเป็นคนชอบชีวิตสันโดษ ไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในชีวิต ไม่ได้ไปอยู่ร่วมกันกับลูกๆ ที่แยกครอบครัวไปกันหมดแล้ว โดยคนในบ้านนี้มีอาชีพเป็นครูด้วยกันทั้งหมดทั้งบ้าน ทั้งบุตรสาว 2 คน บุตรชาย 2 คน รวมทั้งลูกเขยและสะใภ้ ล้วนมีอาชีพเป็นข้าราชการครูด้วยกันทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ขณะนี้จะเกษียณอายุราชการกันหมดแล้ว และมักจะสลับกันวนเวียนเข้ามาดูแลอยู่เป็นประจำ

โดยหากเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้กับพ่อของตน “คนทำ มันต้องตาย” เพราะถือว่าเป็นผู้ที่มีจิตใจโหดร้ายอำมหิตใจดำมาก พอคนแก่ล้มลงไปแล้วยังไม่ยอมเข้าไปแยแสดูแลช่วยพยุงด้วย ทั้งยังไปเอากุญแจรถของเขาไปอีก จึงทำให้ตนรู้สึกเกลียดคนแบบนี้อย่างมาก

ขณะเดียวกันในพื้นที่ ม.8 นี้ไม่มีใครที่มีอายุยืนถึง 90 ปีแล้ว โดยทั้งหมู่บ้านเหลืออยู่เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น คือคุณลุงรายนี้ และอีกรายที่บ้านอยู่ใกล้ๆ กันกับวัดเกตุฯ เท่านั้น โดยส่วนใหญ่คนที่นี่อายุประมาณ 80 กว่าปีก็จะพากันเสียชีวิตไปหมดแล้ว ส่วนคนที่ก่อเหตุในครั้งนี้ทราบว่า ไม่ได้เคยกระทำความผิดแค่ครั้งนี้เพียงครั้งเดียว เคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งด้วย นางประเสริฐศรี กล่าว

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังได้รับการเปิดเผยจากผู้เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุอีกด้วยว่า ขณะเกิดเหตุ ชายสูงวัย ได้ขับรถมาจอดแล้วเดินข้ามถนนไปซื้อของยังที่ห้างสรรพสินค้าด้านฝั่งตรงข้าม ก่อนที่จะเดินนำของมาเก็บเข้าที่ท้ายรถ และค่อยๆ ขับถอยรถออกแบบช้าๆ แต่ได้มีรถยนต์กระบะขับมาจอดจ่อท้าย และเบิ้ลเครื่องใส่หลายครั้ง โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้ลงมาพูดคุยหรือเจรจามีปากเสียงอะไรกันมาก่อนเลย

จึงเชื่อว่าผู้ก่อเหตุนั้นน่าจะมาจอดรถ จ่อรอเพื่อที่จะต่อคิวที่จะเข้าจอดแทนที่คุณลุงอยู่นาน จึงเกิดความโมโห ที่คนขับไม่ยอมขับรถออกไปจากจุดจอดรถสักที และยังขับอย่างช้าๆ ค่อยๆ ถอยคืบคลานออกไปจากที่จอด จนทำให้หนุ่มเลือดร้อนรายนี้บันดาลโทสะ ลงจากรถเข้ามาต่อว่าและดึงเอากุญแจรถไป จนคุณลุงเดินลงมาจากรถ เพื่อที่จะไปขอกุญแจคืน จนถูกทำร้ายผลักจนหงายท้องล้มลงศีรษะฟาดพื้นดังกล่าว

ญาติปู่วัย92 ถูกผลักหงายท้องเดือด หลังสื่อบางสำนักเสนอข่าวเพี้ยน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง