“หย่อมความร้อน” ดันอุณหภูมิพุ่ง ไทยตอนบนร้อนจัดอาจทะลุ 42 องศาฯ

ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย หลายพื้นที่เผชิญสภาพอากาศร้อนอบอ้าว และมีบางวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควบคุมสภาพอากาศช่วงนี้ คือ “หย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อน” หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “หย่อมความร้อน”
หย่อมความร้อนเกิดจากการที่พื้นดินได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อากาศบริเวณนั้นลอยตัวขึ้น กลายเป็นบริเวณความกดอากาศต่ำ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์ตัวอักษร “L” บนแผนที่อากาศ เมื่อหย่อมความร้อนปกคลุมพื้นที่ใด พื้นที่นั้นมักมีอากาศร้อนจัด อบอ้าว และมีแนวโน้มฝนน้อย
อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ หากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปะทะกับหย่อมความร้อน จะก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง หรือที่เรียกว่า “พายุฤดูร้อน” ได้เป็นระยะ ก่อนที่สภาพอากาศจะกลับเข้าสู่ภาวะร้อนจัดอีกครั้ง
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ฤดูร้อนปีนี้จะมีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยของประเทศไทยตอนบนอยู่ที่ประมาณ 36–37 องศาเซลเซียส ขณะที่บางพื้นที่ในภาคเหนือ เช่น แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก มีโอกาสที่อุณหภูมิจะพุ่งสูงเกิน 42 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษาย ทั้งนี้ สถิติอุณหภูมิสูงสุดของประเทศไทยอยู่ที่ 44.6 องศาเซลเซียส เคยบันทึกได้ที่จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2566 และที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559
หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาแนะนำประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ และดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเกิดโรคลมแดดในช่วงที่อากาศร้อนจัด