รีเซต

หุ้นวันนี้ดาวโจนส์ 7 ตุลาคม 2569 ปิดลบ 341 จุด ผวาบอนด์ยีลด์พุ่งสูง

หุ้นวันนี้ดาวโจนส์ 7 ตุลาคม  2569 ปิดลบ 341 จุด ผวาบอนด์ยีลด์พุ่งสูง
TNN ช่อง16
8 ตุลาคม 2569 ( 07:23 )
12

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (7 ต.ค. 2569) โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงกว่า 341 จุด หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อ ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,179.87 จุด ลดลง 341.41 จุด หรือ 0.66% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,801.77 จุด ลดลง 17.16 จุด หรือ 0.22% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 27,538.69 จุด ลดลง 61.20 จุด หรือ 0.22%

แรงกดดันสำคัญมาจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ที่พุ่งขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีแตะ 5.350% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2545 ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 30 ปีเพิ่มขึ้นแตะ 5.724% สูงสุดในรอบ 24 ปี ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีขยับขึ้นสู่ 4.818%

บอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวสูงขึ้นสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น เนื่องจากเป็นต้นทุนทางการเงินที่สำคัญ และมีผลต่ออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทต่าง ๆ ทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และบัตรเครดิต ขณะเดียวกันยังทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเป็นเวลานานเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

อีกปัจจัยที่ตลาดจับตาคือ ราคาน้ำมัน ซึ่งก่อนหน้านี้ปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงันจากสงครามอิหร่าน โดยราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสามารถลดช่วงการปรับตัวลงได้บางส่วน หลังราคาน้ำมันดิบพลิกกลับมาอ่อนตัวลงการตัดสินใจเร่งปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)

ขณะเดียวกัน รายงานการประชุมเฟดประจำเดือนกันยายนสะท้อนว่า กรรมการเฟดมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับเหตุผลในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% โดยบางส่วนเห็นว่าการขึ้นดอกเบี้ยจำเป็นต่อการจำกัดผลกระทบจากราคาพลังงาน ขณะที่อีกส่วนมองว่าจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อจากอุปสงค์

ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 17.2% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม ลดลงจาก 37.6% เมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ตลาดให้น้ำหนักสูงถึง 85% ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม

ด้านตลาดหุ้นรายกลุ่มในดัชนี S&P 500 พบว่า 7 จาก 11 กลุ่มปิดในแดนลบ โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมลดลง 2.14% และกลุ่มวัสดุลดลง 1.53% ขณะที่กลุ่มเฮลธ์แคร์เพิ่มขึ้น 1.06% มากที่สุดในบรรดากลุ่มที่ปรับตัวขึ้น

หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ร่วงลง 2.3% และหุ้นธุรกิจสร้างบ้านลดลง 2.9% หลังสมาคมธนาคารเพื่อการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ (MBA) เปิดเผยว่า อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบคงที่ 30 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี ตามการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์

ส่วนหุ้น SpaceX ร่วง 2.5% หลังมีรายงานว่า บริษัทมีแผนระดมทุนมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปจัดซื้อชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) จาก Nvidia

สำหรับปัจจัยที่นักลงทุนติดตามต่อไปคือ ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยจะเริ่มจากผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ ขณะที่ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรรวมของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะเพิ่มขึ้น 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง