“ศุภจี” ปรับทัพพาณิชย์ รับวิกฤตซ้อน คุมค่าครองชีพ

นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาล “อนุทิน 2” ว่า ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ พร้อมกำหนดแนวทางการบริหารงานใหม่ เพื่อรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังเผชิญ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ทั้งจากปัจจัยภายในประเทศและแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์โลก
ในด้านการบริหารงานภายใน กระทรวงพาณิชย์ได้มีการ “ปรับทัพ” ครั้งสำคัญ โดยเสริมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาในทีม โดยเฉพาะประเด็นเร่งด่วน เช่น ค่าครองชีพและราคาสินค้า พร้อมดึงผู้ตรวจราชการเข้ามาช่วยงานในกรมการค้าภายใน และปรับรูปแบบการทำงานเป็นลักษณะ “คลัสเตอร์” เชื่อมโยงตั้งแต่ภาคการผลิต การค้า ไปจนถึงภาคบริการ เพื่อให้การบริหารมีความคล่องตัวและตอบโจทย์สถานการณ์ได้รวดเร็วขึ้น
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการจัดตั้งทีมที่ปรึกษาและนักเศรษฐศาสตร์เฉพาะด้าน ครอบคลุมภูมิภาคสำคัญ ได้แก่ จีน อาเซียน สหรัฐอเมริกา และยุโรป เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจและวางกลยุทธ์การค้าอย่างแม่นยำ พร้อมประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรับมือกับกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว รวมถึงผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ต้นทุนการขนส่งปรับตัวสูงขึ้น
ในส่วนของการดูแลค่าครองชีพ กระทรวงพาณิชย์ได้เดินหน้ามาตรการควบคุมราคาสินค้าไม่ให้กระทบต่อประชาชน พร้อมบริหารจัดการสินค้าให้มีปริมาณเพียงพอและกระจายอย่างทั่วถึง โดยได้ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” นำสินค้าราคาประหยัดกระจายสู่ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ และในระยะถัดไปมีแผนร่วมมือกับผู้ประกอบการ SME ขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดให้ลงทะเบียน
สำหรับสถานการณ์ปุ๋ย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อภาคเกษตร นางศุภจี ระบุว่า ขณะนี้ต้องติดตามทั้งในมิติของราคาและปริมาณ โดยปุ๋ยยังคงเป็นสินค้าควบคุม และยังไม่มีการอนุญาตให้ปรับขึ้นราคา อีกทั้งปริมาณยังเพียงพอต่อความต้องการใช้ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม ปุ๋ยล็อตใหม่ที่นำเข้าจากมาเลเซียและบรูไนมีต้นทุนสูงขึ้น ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะต้องพิจารณาปรับราคาในอนาคต
ขณะเดียวกัน การนำเข้าปุ๋ยจากตะวันออกกลางยังประสบปัญหาจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค ส่งผลให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีข้อจำกัด โดยปัจจุบันมีเรือขนส่งปุ๋ยอย่างน้อย 5 ลำที่ยังไม่สามารถเดินทางเข้ามายังประเทศไทยได้ ทำให้ต้องเร่งหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติม
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ระหว่างการเจรจาจัดซื้อปุ๋ยจากรัสเซียเพื่อเสริมปริมาณ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่กำกับดูแลราคาให้สอดคล้องกับต้นทุน และเตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร เช่น โครงการธงฟ้า–ธงเขียว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย
ในด้านราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ปัจจุบันมีผู้ประกอบการบางส่วนยื่นขอปรับราคา เช่น น้ำมันปาล์ม ซึ่งมีผู้ยื่นขอ 4 ราย โดยกระทรวงพาณิชย์เตรียมเรียกหารือและขอความร่วมมือให้ทยอยปรับขึ้นราคาอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภคและป้องกันการขาดแคลนสินค้า อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไป ราคาสินค้าอาจมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าควบคุม ซึ่งต้องบริหารอย่างรอบคอบเพื่อรักษาสมดุลระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
