หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ปิดบวก 20.20 จุด หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งหนุนตลาด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,135.87 จุด เพิ่มขึ้น 20.20 จุด หรือ +0.04%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,964.82 จุด เพิ่มขึ้น 32.52 จุด หรือ +0.47% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,238.67 จุด เพิ่มขึ้น 207.46 จุด หรือ +0.90%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 1.6% ขณะที่หุ้นกลุ่มบริการซอฟต์แวร์ในดัชนี S&P500 พุ่งขึ้น 2.9% โดยหุ้นทั้งสองกลุ่มปรับตัวขึ้นติดต่อกันวันที่สอง ซึ่งส่งสัญญาณถึงการฟื้นตัวหลังจากที่ถูกเทขายออกมาอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้ว อันเนื่องมาจากความกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจก่อให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
หุ้นดาวโจนส์คืออะไร? ทำความเข้าใจดัชนีสำคัญของตลาดหุ้นโลก
หุ้น Oracle พุ่งขึ้น 9.6% ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวแข็งแกร่งในบรรดาหุ้นซอต์แวร์ หลังจากนักวิเคราะห์ของ D.A. Davidson ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนในหุ้น Oracle เป็น "Buy" จากเดิม "Neutral"
ส่วนดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia SE Semiconductor Index) ปรับตัวขึ้น 1.4% นำโดยหุ้น Nvidia ผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ พุ่งขึ้น 2.5% ขณะที่นักลงทุนรอดูการเปิดเผยผลประกอบการของ Nvidia ในช่วงปลายเดือนนี้
นักวิเคราะห์จาก Truist Advisory Services กล่าวว่า หนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมาจากการที่แซม อัลต์แมน ซีอีโอของบริษัท OpenAI กล่าวว่า ChatGPT แชตบอท AI ที่บริษัทพัฒนาขึ้นนั้น กลับมามีอัตราการเติบโตรายเดือนเกิน 10% อีกครั้ง
ส่วนหุ้นกลุ่มวัสดุในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 1.4% เนื่องจากพุ่งขึ้นของราคาทองคำและโลหะเงินเป็นปัจจัยหนุนหุ้นบริษัทเหมืองแร่
อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในดัชนี S&P500 ซึ่งเคยได้รับประโยชน์ในช่วงที่หุ้นเทคโนโลยีถูกเทขายนั้น ปรับตัวลง 0.86% ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวลง 0.86% เช่นกัน โดยหุ้นในกลุ่มเฮลธ์แคร์ที่ร่วงลงอย่างหนักคือหุ้น Waters ผู้ผลิตอุปกรณ์ห้องแล็บ ดิ่งลง 13.9% หลังจากบริษัทคาดการณ์กำไรไตรมาสแรกต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ (11 ก.พ.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 70,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4%
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ยอดค้าปลีก และตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงาน เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ของเฟดจะมีขึ้นในการประชุมเดือนมิ.ย. ซึ่งอาจเป็นช่วงเวลาที่เควิน วอร์ช เข้ารับตำแหน่งประธานเฟด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
