รีเซต

"พรรคประชาธิปัตย์-พรรคประชาชน" โชว์แผนรับมือสงครามการค้า

"พรรคประชาธิปัตย์-พรรคประชาชน" โชว์แผนรับมือสงครามการค้า
TNN ช่อง16
30 มกราคม 2569 ( 12:11 )
7

TNN16 จับมือ Bangkok Post เปิดเวทีดีเบต เศรษฐกิจชี้อนาคตประเทศ “Election 2026: Decoding The Economic Future” เลือกตั้ง 69 ถอดรหัสอนาคตเศรษฐกิจ โดยบนเวทีมีการประชันนโยบายเรื่องสงครามการค้าที่กำลังรุนแรง ระหว่างตัวแทนของพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาตอบคำถามว่า “ท่านมีนโยบายในการแก้ไขผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่เกิดจากสงครามการค้าอย่างไร?

ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ จากพรรคประชาชน บอกว่าจะจัดตั้งทีมงานยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาการค้า ซึ่งประกอบได้ด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในทุกมิติ และจะเจรจาโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของประชาชนและประเทศ ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของเจ้าของธุรกิจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นอกจากนี้ พรรคประชาชนจะผนวกกำลังกับประเทศในแถบเอเชียตะวันออก เพื่อยกระดับเทคโนโลยี เพื่อให้ไทยพัฒนาเทคโนโลยี และสร้างนวัตกรรมของตัวเองได้ เพื่อสร้างตลาดใหม่ ๆ เช่น ตลาดในแอฟริกา และอเมริกาใต้ เพื่อชดเชยตลาดในสหรัฐฯ หากเกิดสงครามการค้า 

เรื่องที่สำคัญที่สุดในสงครามการค้าที่ต้องระมัดระวังคือการสวมสิทธิ ซึ่งไทยต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ประเทศที่สาม ฉวยโอกาสสวมสิทธิใช้โควตาสินค้าส่งออกของประเทศไทย ไทยจะได้ใช้ประโยชน์จากโควตาที่มีอยู่อย่างเต็มที่ และในระยะยาว ไทยต้องสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ขึ้นมา เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตมากขึ้น และการเติบโตต้องกระจายไปยังคนส่วนใหญ่ ซึ่งหากเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง แม้จะเกิดผลกระทบจากสงครามการค้า แต่เศรษฐกิจของไทยก็ยังเติบโตต่อไปได้

 


ดร.วีระพงษ์ ประภา จากพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเร่งปิดการเจรจาเรื่องภาษีกับสหรัฐฯ ให้เร็วที่สุด เพราะหากล่าช้า ไทยจะมีแต่เสียเปรียบ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะจัดตั้งคณะทูตเศรษฐกิจเชิงรุก ให้ทำการเจรจาอย่างโปร่งใส และให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน และภาคประชาสังคม 

 นอกจากนี้ ไทยจะต้องลดการพึ่งพาตลาดในสหรัฐฯ ด้วยการเปิดตลาดใหม่ ๆ หาคู่ค้าใหม่ ๆ เช่น สหภาพยุโรป ตะวันออกกลาง ซึ่งจะทำให้ภาคธุรกิจและ SME ของไทย มีความสามารถในการแข่งขัน และไม่พึ่งพาการส่งออกไปที่ประเทศมหาอำนาจมากเกินไป 

 ดร.วีระพงษ์ ย้ำว่าหัวใจของการเจรจาคือความไว้วางใจและความโปร่งใส ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะตั้งกองทุนให้เกษตรกรไทย และผู้ประกอบการ SME ของไทย ปรับตัวได้ ซึ่งผลจากการเจรจาทางการค้า หาก SME ไทยต้องการความช่วยเหลือในเรื่องเงินทุน เทคโนโลยี หรือการอัปสกิล ก็จะมีกองทุนตรงนี้เข้ามาช่วยเหลือ

นโยบายด้านเศรษฐกิจเป็นนโยบายสำคัญที่ประชาชนใช้พิจารณาว่าจะกาคะแนนเสียงให้พรรคไหนในการเลือกตั้งที่ใกล้จะมาถึง ด้วยปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ปัญหาคนตกงาน และเรื่องสงครามการค้า ที่รัฐบาลใหม่จะต้องเตรียมรับมือ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยแข่งขันต่อไปได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง