เตือนร้อนจัดปี 2570 ซูเปอร์เอลนีโญ ซ้ำเติมโลกร้อน สิ่งมีชีวิตอาจปรับตัวไม่ทัน!

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ เตือนร้อนจัดปี 2570! ซูเปอร์เอลนีโญซ้ำเติมโลกร้อน สิ่งมีชีวิตอาจปรับตัวไม่ทัน
อากาศร้อนจัดที่เรายังพอทนได้ในวันนี้ อาจกลายเป็นความร้อนที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถรับมือได้ในอนาคต เมื่อศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ประเมินแนวโน้มสภาพอากาศในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2570 พบความเสี่ยงที่อุณหภูมิจะสูงกว่าปกติอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ท่ามกลางความกังวลว่าปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญอาจซ้ำเติมภาวะโลกร้อน จนส่งผลกระทบต่อมนุษย์ สัตว์ พืช และระบบนิเวศ
ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยการประเมินแนวโน้มสภาพอากาศในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2570 โดยระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนในช่วงปี 2569–2570 มีแนวโน้มสูงกว่าค่าปกติมากกว่า 2 องศาเซลเซียส และสูงกว่าอุณหภูมิในช่วงเดือนเดียวกันของสถานการณ์เอลนีโญปี 2566–2567
สิ่งที่น่ากังวลคือ แม้ในปัจจุบันสิ่งมีชีวิตอาจยังสามารถปรับตัวและทนต่อสภาพอากาศร้อนจัดได้ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2570 ความเสี่ยงอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะหากเกิดปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญซ้อนทับกับภาวะโลกร้อนที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง
ความเสี่ยงดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่สิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศต้องเผชิญกับความเครียดจากความร้อนสะสมเป็นระยะเวลานาน จนกลไกการปรับตัวและการฟื้นตัวตามธรรมชาติอาจไม่สามารถทำงานได้ทัน
สำหรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับมนุษย์ คือความเสี่ยงจากโรคลมแดด หรือฮีตสโตรก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง และผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางต่อสภาพอากาศร้อนจัด
ขณะที่สัตว์อาจเผชิญกับภาวะเครียดจากความร้อน หรือ Heat Stress ส่งผลให้ผลผลิตลดลง ระบบสืบพันธุ์ทำงานผิดปกติ และอาจมีอัตราการตายเพิ่มสูงขึ้น
ส่วนพืชและภาคการเกษตร อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นอาจทำให้พืชคายน้ำมากขึ้น ดินสูญเสียความชื้น ดอกและผลร่วงหล่น จนนำไปสู่การลดลงของผลผลิตทางการเกษตร และอาจกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร
นอกจากนี้ ระบบนิเวศยังมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากแหล่งน้ำที่แห้งขอด การเพิ่มขึ้นของไฟป่า และแรงกดดันต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งอาจทำให้สิ่งมีชีวิตหลายชนิดเผชิญกับความยากลำบากในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จึงเน้นย้ำว่า โจทย์สำคัญของประเทศไทยในเวลานี้คือการวางแผนและกำหนดแนวทางเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศในปี 2570 ทั้งด้านสุขภาพ ความมั่นคงทางอาหาร การบริหารจัดการน้ำ และการดูแลระบบนิเวศ เพราะความร้อนที่สิ่งมีชีวิตยังทนได้ในวันนี้ อาจกลายเป็นความเสี่ยงที่รุนแรงเกินกว่าจะรับมือได้ในวันข้างหน้า หากไม่มีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ตอนนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
