ส่องชีวิตชาวไทยในกว่างโจว หลังเผชิญโควิด-19 แบบกลุ่มก้อน

ส่องชีวิตชาวไทยในกว่างโจว หลังเผชิญโควิด-19 แบบกลุ่มก้อน
Xinhua Thai
17 มิถุนายน 2564 ( 21:52 )
11
ส่องชีวิตชาวไทยในกว่างโจว หลังเผชิญโควิด-19 แบบกลุ่มก้อน

กว่างโจว, 16 มิ.ย. (ซินหัว) -- ในยามที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ยังคงระบาดทั่วโลก พร้อมๆ กับการเร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ของนานาประเทศ มีชาวไทยกลุ่มหนึ่งในประเทศจีนที่ต้องเผชิญกับการระบาดที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง แต่ถึงแม้จะอยู่ไกลบ้าน พวกเขาก็แสดงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบของจีนทำให้ตนรู้สึกอุ่นใจไม่น้อยใกล้ครบหนึ่งเดือนแล้วนับตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. ที่นครกว่างโจว ในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน รายงานกรณีการติดโรคโควิด-19 แบบเป็นกลุ่มก้อน โดยพบผู้ป่วยสะสมจากการติดเชื้อในท้องถิ่นรอบดังกล่าวรวม 151 ราย เมื่อนับถึงวันอังคาร (16 มิ.ย.) ที่ผ่านมา เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด ทางการนครกว่างโจวจึงสนับสนุนให้ประชาชนในเมืองฉลองเทศกาลวันหยุดโดยไม่เดินทางออกจากกว่างโจวหรือกว่างตงหากไม่จำเป็นไม่ต่างจากชาวกว่างโจวจำนวนมาก "อาจารย์เม" หรือ สุวศิน เกษมปิติ อาจารย์ชาวไทยผู้สอนวิชาภาษาไทยที่มหาวิทยาลัยภาษาและการค้าต่างประเทศกวางตุ้งก็ใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่ที่กว่างโจวเช่นกันแม้จะรู้สึกว่ากรณีพบผู้ติดเชื้อในท้องถิ่นเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่สุวศินกล่าวว่าตนไม่รู้สึกกังวลมากนัก เพราะตั้งแต่เดินทางเข้ามายังประเทศจีนเมื่อเดือนมีนาคม ก็ได้รับการดูแลจากรัฐบาลจีนอย่างเป็นระบบและเข้มงวด ตลอดทั้งช่วงกักตัว 14 วัน โดยเขาเล่าว่าทางมหาวิทยาลัยได้ให้คำแนะนำและความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ทั้งด้านการตรวจกรดนิวคลีอิกและการฉีดวัคซีน ซึ่งทำให้ตนรู้สึกสบายใจและปลอดภัยแม้จะอยู่ในต่างแดน

 

 

 

 

 

 

ด้านการเดินทางในปัจจุบัน สุวศินกล่าวว่าก่อนขึ้นรถประจำทางและรถไฟใต้ดินจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย ตรวจวัดอุณหภูมิ และแสดงรหัสสุขภาพสีเขียวซึ่งแสดงถึงสุขภาพปกติ ส่วนรหัสสีเหลืองคือผู้ที่เคยเดินทางผ่าน เคยไปยังพื้นที่เสี่ยง หรือมีประวัติติดต่อสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ ซึ่งจำเป็นต้องเข้ารับการทดสอบกรดนิวคลีอิกและต้องทำงานจากที่บ้านทันทีนครกว่างโจวได้ทำการตรวจกรดนิวคลีอิกขนานใหญ่ให้ชาวเมืองทุกคนโดยแบ่งออกเป็น 3 รอบ ระหว่างวันที่ 21 พ.ค.- 12 มิ.ย. และเมื่อนับถึง 21.00 น. ของวันที่ 12 มิ.ย. กว่างโจวทำการทดสอบกรดนิวคลีอิกแล้ว 36.02 ล้านครั้ง นับเป็นการทดสอบกรดนิวคลีอิกครั้งใหญ่ที่สุดของบรรดาเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก นับตั้งแต่โรคโควิด-19 เริ่มระบาดเมื่อปีก่อนขณะที่เมื่อวันที่ 4 -5 มิ.ย. มหาวิทยาลัยภาษาและการค้าต่างประเทศกวางตุ้งก็ได้ทำการทดสอบกรดนิวคลีอิกเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้แก่คณาจารย์ นักศึกษา และพนักงานทุกคนในมหาวิทยาลัยรวมทั้งสิ้นเกือบ 25,000 คน

 

 

 

 

 

สำหรับเรื่องการกลับมาเรียนของนักศึกษาชาวต่างชาติ ไช่หง คณบดีคณะครุศาสตร์สำหรับนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยฯ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าขณะนี้ไม่มีนักเรียนต่างชาติที่กลับมาเรียนด้วยวีซ่านักเรียน และการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ยังคงดำเนินไปในรูปแบบของหลักสูตรออนไลน์ธัญชนิต แซ่ตัน นักศึกษาชาวไทยเชื้อสายจีนซึ่งศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฯ เล่าว่าเธอได้เข้าร่วมการทดสอบกรดนิวคลีอิกด้วย โดยเธอมองว่าการตรวจคัดกรองขนานใหญ่สามารถรับประกันความปลอดภัยของนักเรียนและครูอาจารย์ได้ จึงไม่รู้สึกกังวลสำหรับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย นอกจากนี้การจัดการอย่างเป็นระบบของทางมหาวิทยาลัยเพื่อฉีดวัคซีนให้แก่นักเรียนชาวต่างชาติก็ทำให้ตนมั่นใจยิ่งขึ้น พร้อมเผยด้วยว่าตนได้รับวัคซีนเข็มแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน และไม่พบอาการไม่พึงประสงค์แต่อย่างใดข้อมูลทางการ ณ วันที่ 11 มิ.ย. ระบุว่า กว่างโจวฉีดวัคซีนให้ประชาชนแล้ว 14.4 ล้านโดส โดยมีผู้ได้รับวัคซีนแล้ว 10.61 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบทั้ง 2 โดสแล้ว 3.8 ล้านคน การตรวจกรองกรดนิวคลีอิกขนานใหญ่และการฉีดวัคซีนอย่างเป็นระบบระเบียบ ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดในกว่างโจวมีแนวโน้มคลี่คลายลงบารมี มีมาก หรือ เบียร์ เป็นนักศึกษาชาวไทยอีกรายที่ต้องพับแผนเดินทางท่องเที่ยวเมืองตากอากาศในมณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) อย่างนครซานย่า เพราะการระบาดที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดีเบียร์ซึ่งใช้ชีวิตในกว่างโจวมานานเกือบ 10 ปี กล่าวว่าแม้จะต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดรอบล่าสุดแต่ตนก็ไม่รู้สึกกังวลใจ พร้อมเล่าถึงข้อดีของแอปพลิเคชัน Health Code ที่จีนพัฒนาขึ้นว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องมี เพราะสามารถบอกสถานะการตรวจกรดนิวคลีอิกและการฉีดวัคซีนได้

 

 

 

( 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง