รีเซต

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 17 ต.ค. 2569 ปิดลบ 175 จุด Nasdaq ร่วง 2.14%

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 17 ต.ค. 2569 ปิดลบ 175 จุด Nasdaq ร่วง 2.14%
TNN ช่อง16
17 ตุลาคม 2569 ( 08:37 )
7

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 โดยดัชนี Nasdaq ร่วงลงมากกว่า 2% หลังหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เผชิญแรงขายระลอกใหม่ ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 3% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางและแรงกดดันเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยหรือกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones) ปิดที่ 52,002.41 จุด ลดลง 175.28 จุด หรือ 0.34% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,659.44 จุด ลดลง 84.62 จุด หรือ 1.09% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,140.03 จุด ลดลง 572.99 จุด หรือ 2.14%

หุ้นเทคโนโลยี AI ถูกเทขาย Nasdaq ร่วงหนักสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.

แรงขายหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาด โดยดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม

หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนี S&P 500 ปิดลดลง โดยกลุ่มบริการสื่อสารร่วงลงมากที่สุด 2.52% ตามด้วยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศที่ลดลง 2.38%

ดัชนี Nasdaq ลดลงมากกว่า 4% ในรอบสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไรของบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีภาระหนี้สูง โดยนักลงทุนวิตกว่าบริษัทเหล่านี้อาจสร้างกำไรได้ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ โดยเฉพาะหากต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มสูงขึ้น

หุ้น CoreWeave ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์ข้อมูลที่ได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia ร่วงลง 12% ส่งผลให้ราคาหุ้นลดลงรวมประมาณ 25% ในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา ขณะที่หุ้นกู้ของบริษัทเผชิญแรงขายอย่างหนักในสัปดาห์นี้ จนอัตราผลตอบแทนพุ่งสูงกว่า 15%

ด้านหุ้น Broadcom ลดลง 3.6% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ PHLX ร่วงลง 2.5% และปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 8

หุ้น Tesla ลดลง 2.5% หลังบริษัทเปิดตัวรถยนต์ Roadster รุ่นปรับโฉมใหม่ ซึ่งติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยแรงขับดันคล้ายจรวดและพัฒนาร่วมกับ SpaceX ส่วนหุ้น Netflix ลดลง 2.9% หลังบริษัทแต่งตั้งปีเตอร์ ไรซ์ อดีตผู้บริหาร Disney เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายคอนเทนต์เมื่อวันพฤหัสบดี

ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 3% หวั่นเงินเฟ้อกดดันตลาดหุ้น

อีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดคือราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นมากกว่า 3% ในวันศุกร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง

นักวิเคราะห์มองว่า ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและส่งผลให้มูลค่าหุ้นถูกประเมินด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ที่ลดลง นักลงทุนจึงเลือกเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์

ความกังวลด้านเงินเฟ้อยังเพิ่มขึ้น หลังรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ขยายตัวในวงกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาคพลังงาน

ตลาดคาดเฟดคงดอกเบี้ย จับตาโอกาสขึ้นดอกเบี้ยต้นปีหน้า

เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เขามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และรู้สึกประหลาดใจที่เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่ยืดเยื้อและนโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อได้ดี

อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นกับความเป็นไปได้ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม ขณะที่ Barclays ปรับมุมมองเป็นคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคม และขึ้นอีก 0.25% ในเดือนมกราคม

ทิศทางอัตราดอกเบี้ยจึงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อหุ้นเติบโตสูง โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

จับตาผลประกอบการ Tesla-Meta สัปดาห์หน้า ตลาดหุ้นยังพึ่งพาหุ้น AI

นักลงทุนเตรียมจับตาฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ซึ่งจะเข้าสู่ช่วงสำคัญในสัปดาห์หน้า โดย Tesla, Meta Platforms และ Procter & Gamble มีกำหนดรายงานผลประกอบการ

นักวิเคราะห์คาดการณ์โดยเฉลี่ยว่ากำไรรายไตรมาสจะเติบโตมากกว่า 30% โดยมีแรงหนุนสำคัญจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ AI ตามข้อมูลของ LSEG

แม้ดัชนี S&P 500 จะปรับตัวขึ้นประมาณ 12% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 แต่การปรับขึ้นส่วนใหญ่ยังได้รับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่หุ้นประมาณครึ่งหนึ่งในดัชนีให้ผลตอบแทนไม่เกิน 6% และหุ้นราว 185 บริษัทมีราคาลดลงนับตั้งแต่ต้นปี

นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนให้ธุรกิจ AI ยังเพิ่มขึ้น หลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักลงทุนบางรายที่ลงทุนใน Anthropic อยู่แล้ว รวมถึงนักลงทุนที่มีแนวโน้มจะเข้าลงทุน กำลังพิจารณามูลค่ากิจการที่ต่ำลงสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของบริษัทในอนาคต

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ความคาดหวังต่อการเติบโตของ AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่ความเสี่ยงด้านภาระหนี้ ต้นทุนทางการเงิน และเงินเฟ้อกำลังเพิ่มความผันผวนให้กับตลาด นักลงทุนจึงต้องติดตามทั้งผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่และทิศทางนโยบายการเงินของเฟดอย่างใกล้ชิด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง