‘เคจีไอ’ ประเมินหุ้นไทยยังถูกสารพัดปัจจัยเสี่ยงรุมหนัก

‘เคจีไอ’ ประเมินหุ้นไทยยังถูกสารพัดปัจจัยเสี่ยงรุมหนัก
มติชน
2 พฤศจิกายน 2563 ( 09:14 )
26
‘เคจีไอ’ ประเมินหุ้นไทยยังถูกสารพัดปัจจัยเสี่ยงรุมหนัก

คลุกวงหุ้น : ‘เคจีไอ’ ประเมินหุ้นไทยยังถูกสารพัดปัจจัยเสี่ยงรุมหนัก แนะเฟ้นหาหุ้นในประเทศเป็นหลัก

 

นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ภาพรวมตลาดหุ้นประจำสัปดาห์นี้ สถานการณ์ความร้อนแรงของปัจจัยภายในผ่อนคลายลงบ้าง เนื่องจากแม้จะยังมีการชุมนุมของแต่ละฝ่ายอยู่ แต่ที่ผ่านมายังไม่เห็นความรุนแรงเกิดขึ้น รวมถึงรัฐบาลได้จัดการประชุมนัดพิเศษ และจัดตั้งทีมทำงาน เพื่อส่งสัญญาณในการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกมา ทำให้ปัจจัยในประเทศดูไม่ได้เป็นลบมากนัก ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศมีความเสี่ยงหลายเรื่อง ทำให้ตลาดหุ้นยังมีปัจจัยกดดันอย่างต่อเนื่อง

 

นายรักพงศ์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่มีความเสี่ยงในส่วนของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง หากนายโจ ไบเดน พรรคแดโมแครตเป็นฝ่ายชนะ เพราะขณะนี้จากผลการสำรวจพบว่า นายโจ ไบเดน มีคะแนนนำอีกฝ่าย ทำให้หากนายโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งจริง แล้วนายโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง อาจทำให้เกิดความวุ่นวายในระยะสั้น ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ที่มองว่าจะได้รับผลกระทบ ทำให้เกิดความล่าช้าออกไปอีก เพราะสภาคองเกรสน่าจะรอรัฐบาลชุดใหม่เป็นผู้เจรจาต่อ ทำให้หากยังไม่มีความแน่นอนในเรื่องของผลการเลือกตั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะล่าช้าออกไปตามด้วย

 

“ต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากสถานการณ์การระบาดในต่างประเทศมีความรุนแรงมาก โดยพบว่าในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำจุดสูงสุดกว่า 5 แสนคนในวันเดียว ทำให้ยุโรป ในส่วนของเยอรมัน ฝรั่งเศษ กลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ทำให้แม้ไทยจะยังมีความปลอดภัยอยู่ เพราะมีผู้ติดเชื้อในประเทศค่อนข้างน้อย แต่การเริ่มทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา รวมถึงการค้นพบวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ยังล่าช้ากว่าที่คาดไว้ จะทำให้ปัจจัยการระบาดโควิด-19 ยังกดดันตลาดหุ้นไทยต่อไป ด้านกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ หันมาเลือกลงทุนปัจจัยในประเทศเป็นหลัก เพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่า” นายรักพงศ์ กล่าว

 

ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง