เปิดรายละเอียด "ไทย-สิงคโปร์" จับมือยกระดับเศรษฐกิจ คนไทยจะได้อะไร?

สิงคโปร์ จับมือ ไทย ยกระดับความสัมพันธ์ เชื่อมเศรษฐกิจ 2 ชาติ ผ่าน 4 เสาหลัก
"ไทย–สิงคโปร์" เดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่มองไปข้างหน้า” หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือกับนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ในการประชุม Thailand–Singapore Leaders’ Retreat ครั้งที่ 5 ซึ่งถือเป็นการประชุมระดับผู้นำครั้งแรกในรอบ 11 ปี
การหารือครั้งนี้ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ การลงทุน พลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจดิจิทัลและ AI กลาโหม ความมั่นคง ตลอดจนบทบาทของทั้งสองประเทศในอาเซียน โดยผู้นำไทยและสิงคโปร์เห็นพ้องเดินหน้าความร่วมมือภายใต้ 4 เสาหลักสำคัญ
เสาที่ 1 พลังงานสะอาด–อาหาร–ความยั่งยืน
ไทยและสิงคโปร์จะเพิ่มความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดและพลังงานคาร์บอนต่ำ รวมถึงคาร์บอนเครดิต ไฮโดรเจน และเทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน
พร้อมต่อยอดโครงการบูรณาการระบบไฟฟ้า ลาว–ไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์** เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid
ด้านความมั่นคงทางอาหาร ไทยพร้อมเป็นแหล่งอาหารที่เชื่อถือได้ของสิงคโปร์ โดยจะต่อยอดความตกลงจัดส่งข้าวไทย 100,000 ตันภายใน 5 ปี และขยายไปยังสินค้าอาหารประเภทอื่น
เสาที่ 2 เศรษฐกิจ–การลงทุน–ดิจิทัล–AI
นี่ถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการยกระดับความสัมพันธ์ โดยทั้งสองประเทศจะกระชับการค้าและการลงทุน พร้อมส่งเสริมการลงทุนจากสิงคโปร์ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย
เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ ดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และโลจิสติกส์ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงเพื่อรองรับการลงทุนใหม่
นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การเชื่อมโยงทางการเงิน และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รวมถึงการสนับสนุนไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD
เสาที่ 3 กลาโหม–ไซเบอร์–ปราบอาชญากรรมออนไลน์
ความร่วมมือระหว่างสองประเทศจะขยายไปสู่ด้านความมั่นคง ทั้งกลาโหม ความมั่นคงทางไซเบอร์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
ไทยและสิงคโปร์ยังจะเพิ่มความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ โดยประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคธนาคาร และบริษัทเทคโนโลยี เพื่อรับมืออาชญากรรมข้ามชาติและภัยไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
เสาที่ 4 เชื่อมยุทธศาสตร์อาเซียน
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือบทบาทในอาเซียน เนื่องจากไทยและสิงคโปร์จะรับหน้าที่ประธานอาเซียนต่อเนื่องกันในช่วง 2 ปีข้างหน้า
ไทยพร้อมสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของสิงคโปร์ในปีหน้า และทั้งสองประเทศจะประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความต่อเนื่องระหว่างวาระประธานอาเซียนของสิงคโปร์และไทย
เป้าหมายคือการร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งและบทบาทของอาเซียน ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และภูมิรัฐศาสตร์โลก
เตรียมทำข้อตกลงเพิ่ม 4 ด้าน
นอกจาก 4 เสาหลักแล้ว ไทยและสิงคโปร์ยังเห็นพ้องจัดทำความตกลงเพิ่มเติมอีก 4 ฉบับ ครอบคลุม เศรษฐกิจดิจิทัล อาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงทางอาหาร และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน
ทั้งสองประเทศยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจด้านการพัฒนาสังคม ครอบคลุมสวัสดิการสังคม การพัฒนาชุมชน คนพิการ สตรี เด็กและครอบครัว รวมถึงการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างหน่วยงาน
นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ระบุว่า การประชุมครั้งนี้สะท้อนความแข็งแกร่งของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสิงคโปร์กับไทย ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ครอบคลุมและมีความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม พร้อมมองว่ายังมีศักยภาพในการพัฒนาได้อีกมาก
ขณะที่นายอนุทินระบุว่า เพื่อผลักดันผลการหารือให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าในอนาคตอันใกล้
ภาพรวมความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการค้าและการลงทุน แต่กำลังขยายไปสู่ เศรษฐกิจแห่งอนาคต พลังงานสะอาด ความมั่นคงทางอาหาร ดิจิทัลและ AI ความมั่นคงไซเบอร์ และการร่วมกำหนดทิศทางอาเซียน ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการเชื่อมเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของไทยกับสิงคโปร์ในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
