รีเซต

เลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก! “เขตบางกะปิ” ยอดผู้ใช้สิทธิสูงสุดในกทม. เกือบ 6 หมื่นคน

เลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก! “เขตบางกะปิ” ยอดผู้ใช้สิทธิสูงสุดในกทม. เกือบ 6 หมื่นคน
TNN ช่อง16
1 กุมภาพันธ์ 2569 ( 13:53 )
10

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการรการเลือกตั้ง แถลงภาพรวมของการเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งในและนอกเขตเลือกตั้งว่ามีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง 8,610 คน ลงทะเบียนล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง 2,206,138 คนและลงทะเบียนสำหรับผู้พิการทุพพลภาพผู้สูงอายุ 1,666 คน

"บางกะปิ" ผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกเขตสูงสุดใน กทม.

โดยมีหน่วยเลือกตั้งในเขต 521 แห่งนอกเขตเลือกตั้ง 524 แห่ง สำหรับผู้พิการผู้ทุพพลภาพและผู้สูงอายุ 22 แห่ง ภาพรวมตั้งแต่เวลา 08:00 น ที่เปิดให้มีการลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก โดยมากที่สุดคือ 

เขตบางกะปิ จำนวน 5.8 หมื่นคน มีบางหน่วยที่สถานที่อาจจะไม่พอกับจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ หรือบางพื้นที่มีปัญหาการจราจรหนาแน่น เท่าที่ได้รับรายงาน เขตบางกะปิ จตุจักร เชียงใหม่ ซึ่งมีการลงทะเบียนมากกว่า 5 หมื่นคน แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังสามารถอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเรียบร้อย ที่เขตบางเขนกทม. มีผู้ลงทะเบียนกว่า 1 หมื่นคน อาจมีปัญหาการจราจรบ้าง แต่ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนแก้ไขปัญหาได้เรียบร้อยแล้ว ประชาชนสามารถเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้งได้รวดรวดเร็ว

ทั้งนี้ มีบางพื้นที่อาจจะมีบางเหตุการณ์ที่ไม่เรียบร้อย คือ จังหวัดชลบุรี ที่เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของจังหวัดลำปาง ที่ติดหน้าหน่วย ไม่มีเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของพรรคประชาชน หมายเลข 8 เนื่องจากเกิดความผิดพลาด โดยจังหวัดลำปางส่งเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครหมายเลข 6 มาซ้ำ 2 ใบ แต่ไม่มีหมายเลข 8 ย้ำว่า เป็นความผิดพลาดในการจัดส่ง ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทางชลบุรีได้มีการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

นายแสวงกล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์อื่นๆ ขณะนี้ได้รับรายงานว่า มีประชาชนบางคนเมื่อใช้สิทธิแล้ว ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าตนเองเลือกใคร กาหมายเลขอะไรบ้าง ตรงนี้อยากให้ระมัดระวัง เพราะอาจจะนำไปสู่การร้องเรียน ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเป็นการแสดงความเห็นโดยเจตนาว่ามีทำไปเพราะอะไร ซึ่งอาจจะถูกร้องเรียนว่าทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยก็ได้

เมื่อถามถึงการซื้อเสียง นายแสวง กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานกกต. การบริหารจัดการไปถึงวันที่ 8 ก.พ. มี 2 เรื่อง

1. ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปด้วยดี ให้มีการหาเสียงด้วยถ้อยคำที่ดี ไม่ใส่ร้าย 

2. ทำให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรมไม่มีการซื้อเสียง ซึ่งจากการรายงานของจังหวัดที่ได้ร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เรามีชุดเคลื่อนที่เร็วที่ใช้ตำรวจเกือบครึ่งประเทศ ชุดป้องกัน ป้องปรามในการหาข่าวไม่ให้ซื้อเสียงได้ โดยในการข่าวเราพบว่ามีการเคลื่อนไหว แต่ยังไม่มีการกระทำเกิดขึ้น ผู้สมัครยังดำเนินการไม่ได้ นี่เป็นผลจากการที่เราเน้นเรื่องการป้องกัน ซึ่งกระบวนการคือ 

1.จับตอนการดำเนินการ 2 คือจับการซื้อเสียง 3. การหาคนไปเป็นพยาน เรารู้ปัญหานี้ดี จึงได้เน้นการหาข่าวแล้วป้องกันไม่ให้มีการซื้อเสียงได้ ส่วนการซื้อเสียงตอนนี้ยังไม่มีประเด็น แต่มีเรื่องการร้องเรียนการหาเสียงทางโซเชียลฯมากกว่า

ชี้แจง เตรียมเงินได้ แต่อย่าซื้อเสียง

นายแสวง ยังได้ชี้แจงกรณีที่เคยให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่า เตรียมเงินได้ แต่อย่าซื้อเสียงว่า ตามกฎหมายแล้ว มาตรา 73 ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียม หรือการไปซื้อเสียง เป็นความผิดทั้ง 2 อย่าง เมื่อวาน (31 ม.ค.) ตนอาจจะพูดเร็วไป แต่ต้องการสื่อสารว่า การเตรียมการนั้นอยู่ในที่ลับ การจะจับก็ทำได้ยาก จึงต้องเน้นไปที่การป้องปราม ช่วงเตรียมการเราเน้นเรื่องการหาข่าว หรืออย่างเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งข้อมูลมาก็จะประกอบการสอบสวนว่าคนไปเบิกเงินนั้นมีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติหรือไม่ เป็นผู้ช่วยหาเสียงหรือไม่ เบิกเงินมาเพื่ออะไร และได้นำเงินไปใช้อะไรบ้าง 

ซึ่งตอนนี้เป็นขั้นตอนจังหวัดในการดำเนินการป้องปราม ทางจังหวัดจะมีบัญชีหัวคะแนนอยู่ เขาจะประเมินพื้นที่ว่าเป็นพื้นที่สีแดง แข่งขันเข้มข้น การทำงานในพื้นที่ก็จะร่วมกับหลายหน่วยทั้งตำรวจ ผู้ตรวจการเลือกตั้งและภาคประชาชน ดังนั้นตอนนี้อยู่ในช่วงการกดดัน ป้องกัน ความตั้งใจเราคือไม่อยากให้มีการใช้เงินออกมาซื้อเสียง

"ผมเชื่อว่าคนมีตังค์ แต่การจะไปจับคนช่วยเตรียมการนั้นยากกว่าการป้องกัน ซึ่งการเตรียมการผิดอยู่แล้ว แต่เวลาเราสงสัยเราไม่สามารถไปค้นได้ทันที ต้องมีหมายค้น ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ต่างจากการซื้อเสียง ซื้อแล้วจะมีหลักฐานพอสมควร แต่เรื่องการเตรียมการนั้นการข่าวเราต้องดี และต้องมีหลักฐานสามารถออกหมายจับ ล็อคตัวได้เลย"

นายแสวง กล่าวถึงกรณีเงิน 7 พันบาท ที่ภาคอีสาน ที่แม่ค้าโพสต์ลงโซเชียลฯ แล้วมีการระบุว่า เป็นเงินซื้อเสียงนั้น มีการตรวจสอบแล้ว จริงๆไม่ใช่เงินซื้อเสียง แต่บุคคลดังกล่าวขายของในตลาดแล้วโพสต์ลงในอิสตราแกรม แล้วมีคนไปแคปหน้าบัญชีของแม่ค้ารายนั้นเพื่อไปทำคอนเทนต์ว่า มีการซื้อเสียง ซึ่งทางกกต.ก็รู้ตัวคนแคป และคนโพสต์แล้ว ทั้ง 3 คน เรากำลังไปสอบอยู่

กรณีมีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งมีพฤติกรรมเหมือนหัวคะแนน จะมีการตรวจสอบหรือดำเนินการอย่างไรหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เจ้าหน้าที่ไปเป็นหัวคะแนนไม่มี ขนาดญาติผู้สมัคร หรือผู้ช่วยหาเสียง เราจะไม่ตั้ง ถ้าไปเป็นหัวคะแนนยิ่งไม่ใช่เลย ก่อนตั้งเราได้มีการตรวจสอบแล้ว

ส่วนที่มีการรายงานข่าวว่าอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ออกมาแฉว่ามีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข เรียกประชุม อสม. พูดจาโน้มน้าว ให้ลงคะแนน และหาเสียงช่วยผู้สมัครสส. เขต3 ศรีสะเกษ นายแสวง กล่าวว่า เรื่องนี้ตนขอไปตรวจสอบ ดูหลักฐานก่อน เราเป็นกรรมการเราไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง