โควิด-19 : ยอดผู้เสียชีวิตรวมในสหรัฐฯสูงเกินแสน แต่หลายชาติออกมาตรการผ่อนปรนมากขึ้น

โควิด-19 : ยอดผู้เสียชีวิตรวมในสหรัฐฯสูงเกินแสน แต่หลายชาติออกมาตรการผ่อนปรนมากขึ้น
บีบีซี ไทย
29 พฤษภาคม 2563 ( 02:24 )
64
โควิด-19 : ยอดผู้เสียชีวิตรวมในสหรัฐฯสูงเกินแสน แต่หลายชาติออกมาตรการผ่อนปรนมากขึ้น

Getty Images
ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านเขตปลอดภัยของกรุงปารีส

มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ รายงานว่า ยอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมทั่วโลก เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 5.7 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 3 แสน 5 หมื่น 6 พันคน ส่วน ยอดผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ ยังสูงที่สุดในโลก ปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิตแล้วเกิน 1 แสนคน

 

กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 28 พ.ค. ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ หดตัวลง 5% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2020 ถือเป็นการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในรายไตรมาสที่สูงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ และถือว่าเศรษฐกิจหดตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว

 

นักเศรษฐศาสตร์หลายคนคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวลงต่อไปอีก จากอิทธิพลของมาตรการรับมือไวรัสโคโรนา ที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องหยุดชะงัก และทำให้ชาวอเมริกันกว่า 1 ใน 4 ต้องว่างงาน

 

สหราชอาณาจักรเริ่มใช้ระบบ "ตรวจ-ติดตาม"

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แถลงว่า สหราชอาณาจักรมีผู้เสียชีวิตรายวันเพิ่มขึ้น 377 คนทำให้ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 37,837 คน

ปัจจุบัน สหราชอาณาจักรมีผู้ติดเชื้อเกือบ 2.7 แสนคน แต่นายจอห์นสันชี้ว่า ช่วง 7 วันที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมรายวันอยู่ที่ 2,312 คนต่อวัน ลดลงจาก 5,660 ต่อวัน ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค.

 

สถานรับเลี้ยงเด็ก และโรงเรียนประถม จะเริ่มเปิดให้การเรียนการสอนได้ตั้งแต่วันจันทร์หน้าเป็นต้นไป และในวันที่ 15 มิ.ย. โรงเรียนมัธยมจะเปิดให้การเรียนการสอนในชั้นเรียนได้จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6

 

สำหรับการผ่อนคลายมาตรการที่สำคัญ นายจอห์นสัน ประกาศว่า ตั้งแต่วันจันทร์หน้าเป็นต้นไป ร้านค้าปลีกบางกิจการ รวมถึง โชว์รูมรถยนต์ จะเริ่มเปิดให้บริการได้ ก่อนขยายขอบเขตไปยังกิจการอื่น ๆ ในวันที่ 15 มิ.ย. ขึ้นอยู่กับอัตราการติดเชื้อว่าอยู่ในอัตราที่ดีขึ้นหรือไม่

 

และตั้งแต่วันจันทร์หน้าเช่นกัน ประชาชนไม่เกิน 6 คน สามารถรวมกลุ่มกันได้ในที่สาธารณะ และพื้นที่กลางแจ้งส่วนบุคคล อาทิ สวนต่าง ๆ แต่หากเป็นบุคคลที่ไม่ได้มาจากครัวเรือนเดียวกัน จะต้องรักษาระยะห่าง 2 เมตร

 

นอกจากนี้ รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้เริ่มใช้ระบบ "ตรวจ-ติดตาม" ในอังกฤษและสกอตแลนด์ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญเพื่อผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในระยะต่อ ๆ ไป

 

Getty Images
บรรยากาศในมหานครนิวยอร์ก

สถานการณ์ในประเทศอื่น ๆ

ฝรั่งเศสประกาศว่า รัฐบาลจะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพิ่มเติม เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. เป็นต้นไป

ภูมิภาคต่าง ๆ เกือบทั้งหมดที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ จะจัดอยู่ใน "เขตปลอดภัย" ที่จะอนุมัติให้เปิดเมืองได้เร็วมากขึ้น รวมถึงการเปิดคาเฟ่และร้านอาหาร ยกเว้นกรุงปารีส ที่จะขยับจาก "เขตสีแดง" เป็น "เขตสีส้ม" ซึ่งหมายความว่า สวนสาธารณะและสวนต่าง ๆ จะเปิดให้ประชาชนเข้าไปพักผ่อนได้ แต่ร้านอาหารส่วนใหญ่ยังปิดให้บริการ ยกเว้นร้านอาหารบนระเบียงกลางแจ้ง

 

รัฐบาลยืนกรานว่า การขยับจากพื้นที่สีแดงเป็นสีส้ม เป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัย และ "ไม่ประมาท" แม้รัฐบาลเชื่อว่า ระดับความเสี่ยงในกรุงปารีสอยู่ในระดับต่ำแล้วก็ตาม

ที่ซาอุดีอาระเบีย รัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์แล้ว รวมถึงการยกเลิกเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง ยกเว้นในนครเมกกะ ที่มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุดในประเทศ

 

ส่วนเกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขระบุว่า ทางการกำลังพิจารณามาตรการเพิ่มระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวดมากขึ้น หากจำนวนผู้ติดเชื้อยังเพิ่มสูง หลังตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 79 ราย ถือว่าเป็นปริมาณผู้ป่วยรายวันที่เพิ่มสูงที่สุดในรอบเกือบ 2 เดือน

 

สื่อท้องถิ่นในมาลาวี รายงานว่า ผู้ป่วยไวรัสโคโรนาราว 400 คน ได้หลบหนีออกจากสถานกักกันตัว หลังได้แสดงความไม่พอใจต่อสภาพแวดล้อมในตัวอาคารที่ย่ำแย่

สหประชาชาติเตือนว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกอาจชะลอตัวลงถึง 70% ในปีนี้ จากอิทธิพลของวิกฤตแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ถือเป็นการชะลอตัวในอัตรามากที่สุดนับแต่ช่วงทศวรรษที่ 1950s

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง