รีเซต

กรมเจ้าท่า ติดตาม “เรือมยุรี นารี” ถูกโจมตีใกล้ชิด-ช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างเต็มที่

กรมเจ้าท่า ติดตาม “เรือมยุรี นารี” ถูกโจมตีใกล้ชิด-ช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างเต็มที่
TNN ช่อง16
13 มีนาคม 2569 ( 15:09 )
8

กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ติดตามสถานการณ์กรณีเรือสินค้าเทกอง MAYUREE NAREE ประสบเหตุถูกโจมตีขณะเดินเรือผ่านบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 จากรายงานเบื้องต้น เรือสินค้าเทกอง “มยุรี นารี” ขนาด 19,891 ตันกรอส  ประสบเหตุระเบิดบริเวณท้ายเรือ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในห้องเครื่อง ขณะเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว โดยมีลูกเรือประจำเรือรวมทั้งสิ้น 23 นาย

ภายหลังเกิดเหตุ ลูกเรือจำนวน 20 นาย ได้อพยพออกจากเรือและได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัยโดยถูกนำตัวขึ้นที่ เมืองท่า Khasab รัฐสุลต่านโอมาน ขณะที่ยังมีลูกเรืออีก 3 นาย อยู่ระหว่างการค้นหาและให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเบื้องต้น บริษัทเจ้าของเรือได้ดำเนินการใช้สิทธิ์ตาม ประกันภัยสงคราม (War Insurance) และประสานบริษัทประกันภัยในพื้นที่เพื่อจัดหาบริษัทเอกชนเข้าดำเนินการ กู้เรือ (Salvage Operation) รวมทั้งให้ความช่วยเหลือลูกเรือ ทั้ง 3 นายที่ยังคงอยู่บนเรือ

สำหรับสถานการณ์เรือไทยในพื้นที่ อ่าวเปอร์เซีย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นอกจากเรือ มยุรี นารี แล้ว ไม่มีเรือสัญชาติไทยอยู่ในบริเวณดังกล่าว 

อย่างไรก็ตาม ยังมีเรือของบริษัทดังกล่าวจอดอยู่ในท่าเรือใกล้เคียงจำนวน 2 ลำ ได้แก่

1. เรือ HATTHAYA NAREE สัญชาติสิงคโปร์ จอดเทียบท่าอยู่ที่ Hamriyah, UAE มีลูกเรือไทย 14 คน และลูกเรืออินเดีย 8 คน

 2. เรือ NISA NAREE สัญชาติสิงคโปร์ จอดเทียบท่าอยู่ที่ Fujairah, UAE มีลูกเรือไทย 22 คน 

โดยเรือทั้งสองลำยังคงจอดอยู่ในท่าเรือและมีความปลอดภัยในส่วนของการช่วยเหลือลูกเรือ กระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน ได้เข้าดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ลูกเรือไทยทั้ง 20 นาย ที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่ง โดยได้ดำเนินการด้านเอกสารการเดินทางและจัดหาที่พักในเมือง Khasab เรียบร้อยแล้ว 

ขณะเดียวกัน ทางบริษัทฯ ได้แต่งตั้งตัวแทนบริษัทฯ ในรัฐสุลต่านโอมาน เพื่อดูแลลูกเรือ พร้อมทั้งจัดหาที่พักและเตรียมประสานการจัดเที่ยวบินเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป

ในส่วนของภาครัฐไทย ขณะนี้ กองทัพเรือไทย ได้ประสานงานกับ กองทัพเรือของรัฐสุลต่านโอมาน เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบสถานะของเรือและลูกเรืออย่างใกล้ชิด รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความปลอดภัยในการเดินเรือในพื้นที่ 

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ประสานงานกับ กระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เพื่อขอความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการเข้าช่วยเหลือเรือลำดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือและการปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความปลอดภัยสูงสุดต่อทั้งลูกเรือและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานระหว่างประเทศและภาครัฐของประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง