PTTGC พุ่งแรง 42.00 บาท +3.00 บาท (+7.69%) โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 45 บาท

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #PTTGC พุ่งแรง 42.00 บาท +3.00 บาท (+7.69%) โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 45 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และคงราคาเหมาะสมที่ 45 บาท จากราคาปิดวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ 37.25 บาท คิดเป็น Upside 20.8% หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาโดดเด่นกว่าคาด โดยมีกำไรสุทธิ 12,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 277.7% จากไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำสถิติเป็นไตรมาสที่มีกำไรสูงสุดในรอบ 20 ไตรมาส และสูงกว่าที่ บล.หยวนต้าและ Bloomberg Consensus คาดไว้เฉลี่ย 30%
กำไรที่โดดเด่นมาจากธุรกิจปิโตรเคมีชนิดพิเศษ ปิโตรเคมีขั้นกลาง และส่วนแบ่งกำไรที่สูงกว่าคาด ขณะที่หากไม่นับรายการพิเศษ บริษัทมีกำไรปกติ 16,606 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 164% จากไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุนในปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมี โดยเฉพาะโอเลฟินส์ที่ได้ประโยชน์จากอุปทานตึงตัว และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นหลังผ่านช่วงปิดซ่อมบำรุง
ด้านธุรกิจปิโตรเคมีขั้นต้นมี Adj. EBITDA เพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อน แม้ธุรกิจการกลั่นชะลอตัวจากนโยบายห้ามส่งออกน้ำมัน ส่งผลให้อัตราการผลิตลดเหลือ 96% จาก 103% และค่าการกลั่นลดลง 7% เหลือ 15.6 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจอะโรมาติกส์และโอเลฟินส์ขั้นต้นช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว โดยอัตราการผลิตโอเลฟินส์เพิ่มขึ้นเป็น 94% จาก 79% หลังโรงงาน OLE#4 ผ่านช่วงหยุดซ่อมบำรุง
ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีขั้นกลาง แม้อยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงงาน PTA แต่ Adj. EBITDA พลิกเป็นบวกจากไตรมาสก่อน ตามส่วนต่างราคา BPA และ Phenol ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจ Polymer พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรจากราคาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ HDPE ซึ่งเพิ่มขึ้น 35% สู่ระดับ 1,470 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน จากภาวะอุปทานตึงตัว ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมีชนิดพิเศษมี Adj. EBITDA เพิ่มขึ้น 69% จากไตรมาสก่อน จากผลการดำเนินงานของ Allnex ที่ดีขึ้นหลังปรับกลยุทธ์การขายและควบคุมค่าใช้จ่าย
บล.หยวนต้ามองว่า กำไรปกติไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มชะลอตัวจากไตรมาสก่อนตามฐานที่สูงและการปรับตัวลงของส่วนต่างราคาปิโตรเคมี แต่ยังเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งช่วยลดต้นทุน รวมถึงอัตราการผลิตที่สูงขึ้นหลังผ่านการปิดซ่อมใหญ่ และปริมาณวัตถุดิบอีเทนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การกลับรายการขาดทุน NRV ที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2/2569 จะช่วยจำกัดความเสี่ยงจากการขาดทุนสต็อกน้ำมัน
บล.หยวนต้าคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 13,081 ล้านบาท โดยรวมโอกาสขาดทุนสต็อกในช่วงครึ่งหลังของปีเข้ามาบางส่วนแล้ว และยังคงราคาเหมาะสมที่ 45 บาท พร้อมมองว่า PTTGC มีความโดดเด่นกว่าคู่แข่งภายใต้ภาวะตลาดน้ำมันปัจจุบัน จากโครงสร้างการผลิตแบบ Gas-based ซึ่งช่วยให้ Margin ประคองตัวได้ดีกว่าผู้ผลิตแบบ Naphtha-based
สำหรับระยะสั้น บล.หยวนต้าคาดว่าหุ้น PTTGC จะตอบรับเชิงบวกต่อผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่สูงกว่าคาด และสามารถคาดหวังเงินปันผลระหว่างกาลในระดับสูง โดยเบื้องต้นคาดเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) สำหรับครึ่งแรกของปี 2569 ที่ 1.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 2.7% และมอง PTTGC เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับ Hedging สถานการณ์สงครามได้ดี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
