รีเซต

ไม่ใช่แค่กลางแดด! “ฮีทสโตรก” เล่นงานถึงในบ้าน เสี่ยงตายโดยไม่ทันตั้งตัว

ไม่ใช่แค่กลางแดด!  “ฮีทสโตรก” เล่นงานถึงในบ้าน  เสี่ยงตายโดยไม่ทันตั้งตัว
TNN ช่อง16
17 เมษายน 2569 ( 11:00 )
13

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับโรคลมแดดเกิดได้แม้อยู่ในบ้าน ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

 

หลายคนมักเข้าใจว่า Heatstroke หรือโรคลมแดดจะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่ออยู่กลางแจ้งหรือทำกิจกรรมหนักเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้แม้อยู่ภายในบ้าน และอาจนำไปสู่อาการวูบ เป็นลม หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน

 

โดยทั่วไป โรคลมแดดเกิดจากภาวะที่ร่างกายสะสมความร้อนมากเกินไป เนื่องจากกลไกการระบายความร้อนทำงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากทั้งปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและสุขภาพส่วนบุคคล

 

ในด้านสภาพแวดล้อมภายในบ้าน หากขาดระบบทำความเย็น เช่น ไม่มีเครื่องปรับอากาศ อุณหภูมิภายในอาคารอาจสูงกว่าภายนอก โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อน นอกจากนี้ ห้องที่ปิดทึบ ไม่มีการระบายอากาศ หรือมีความชื้นสูง จะทำให้อากาศร้อนสะสม และขัดขวางการระเหยของเหงื่อ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดอุณหภูมิร่างกาย อีกทั้งโครงสร้างของบ้านก็มีส่วน เช่น ห้องชั้นบนสุดหรือใต้หลังคา รวมถึงบ้านที่ใช้วัสดุอย่างโลหะ มักสะสมความร้อนได้มาก ทำให้อุณหภูมิภายในสูงกว่าส่วนอื่น

 

ขณะเดียวกัน ปัจจัยเสี่ยงส่วนบุคคลก็มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปี และเด็กเล็ก ซึ่งระบบควบคุมอุณหภูมิร่างกายยังทำงานได้ไม่เต็มที่หรือเสื่อมถอยลง นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวาน หรือโรคอ้วน จะมีภาระต่อร่างกายในการระบายความร้อนมากขึ้น รวมถึงการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันกลุ่ม Beta blockers หรือยาทางจิตเวช ที่อาจลดความสามารถในการขับเหงื่อ หรือทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ง่ายขึ้น


นอกจากนั้น พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็สามารถกระตุ้นให้เกิดความเสี่ยงได้ เช่น การดื่มน้ำน้อยเกินไปจนร่างกายไม่สามารถสร้างเหงื่อได้เพียงพอ การดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและรบกวนการควบคุมอุณหภูมิของสมอง รวมถึงการสวมใส่เสื้อผ้าที่หนา คับ หรือไม่ระบายอากาศ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ความร้อนสะสมในร่างกาย

 

ดังนั้น การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในบ้านที่มีอากาศร้อน ควรดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดวันโดยไม่ต้องรอให้รู้สึกกระหาย ปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านด้วยการปิดม่านเพื่อลดแสงแดด และเปิดหน้าต่างระบายอากาศในช่วงที่อากาศภายนอกเย็นกว่า เช่น ตอนกลางคืน นอกจากนี้ การใช้พัดลมควรใช้อย่างเหมาะสม เพราะหากอุณหภูมิห้องสูงเกิน 35–37 องศาเซลเซียส พัดลมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรใช้วิธีเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นร่วมด้วยเพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย

 

โรคลมแดดจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่จำกัดแค่พื้นที่กลางแจ้ง การตระหนักรู้และปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง