รีเซต

เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน คือใคร เปิดประวัติและดราม่าพัทยา

เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน คือใคร เปิดประวัติและดราม่าพัทยา
TNN ช่อง16
11 มีนาคม 2569 ( 13:10 )
9

เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน คือใคร เปิดประวัติและดราม่าพัทยา

ชื่อของ “เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน” กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลังเกิดเหตุคลิปวิดีโอชายคนหนึ่งถูกทำร้ายร่างกายจนเลือดอาบปาก ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยในคลิปปรากฏภาพเฮียตี๋ยืนอยู่ในเหตุการณ์และมีการพูดคุยตักเตือนผู้ถูกทำร้าย ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงบทบาทของบุคคลที่เรียกตัวเองว่า “ช่วยเหลือคนไทย” ว่าขอบเขตการกระทำดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่

เหตุการณ์ดังกล่าวจึงกลายเป็นดราม่าที่มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายวิจารณ์ พร้อมนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากตำรวจและการถกเถียงเรื่องการใช้ความรุนแรงแทนกระบวนการยุติธรรม

เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน คือใคร

เฮียตี๋ หรือชื่อจริง ไอยวัฒน์ ฐิติวัฒนกนก อายุ 43 ปี เป็นบุคคลที่มีบทบาทในโลกออนไลน์ผ่านเพจ “เฮียตี๋ สเต็กกระทะร้อน” ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมากในกลุ่มที่สนับสนุนแนวคิด “ปกป้องคนไทย” และต่อต้านการรังแกแรงงานไทย

เขามักเผยแพร่คลิปหรือคอนเทนต์ที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ที่อ้างว่าถูกเอาเปรียบ โดยเฉพาะกรณีแรงงานไทยที่มีปัญหากับนายจ้างหรือเพื่อนร่วมงาน รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายบางกลุ่มที่เคลื่อนไหวในประเด็น “ไทยไม่ทน”

แนวทางของเพจมักใช้การลงพื้นที่พูดคุย ตักเตือน หรือไกล่เกลี่ยปัญหา ซึ่งทำให้เฮียตี๋เป็นที่รู้จักในฐานะคนที่พร้อมเข้าไปจัดการปัญหาให้ผู้ร้องเรียน อย่างไรก็ตาม วิธีการที่ใช้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาเป็นระยะว่าอาจล้ำเส้นกฎหมาย


จุดเริ่มต้นดราม่าในพัทยา

เหตุการณ์ที่กลายเป็นข่าวเริ่มต้นจากคำร้องของ “น้องปาล์ม” พนักงานคนไทยวัย 33 ปี ซึ่งอ้างว่าถูกเพื่อนร่วมงานชื่อ นายเดช อายุ 27 ปี ชาวกะเหรี่ยงจากจังหวัดกาญจนบุรี ตบหน้าและข่มขู่ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งในพัทยา

หลังเกิดเหตุ ปาล์มจึงติดต่อไปยังเพจเฮียตี๋เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยในช่วงแรกเฮียตี๋ระบุว่าให้คนในพื้นที่ชื่อ “เบิร์ด” ประสานเจ้าของร้านเพื่อเรียกนายเดชมาพูดคุยและตักเตือน ซึ่งฝ่ายนายเดชได้กล่าวขอโทษและรับปากว่าจะจบเรื่อง

อย่างไรก็ตาม เฮียตี๋อ้างว่าภายหลังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่านายเดชมีพฤติกรรมมีเรื่องกับพนักงานและหญิงตั้งครรภ์ในร้านอีก จึงตัดสินใจเดินทางลงพื้นที่พัทยาพร้อมทีมงานจำนวน 5 คน เพื่อพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง


คลิปเหตุการณ์ที่ทำให้ดราม่าปะทุ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อมีคลิปวิดีโอความยาวประมาณ 3 นาทีเผยแพร่ในโซเชียล ภายในคลิปปรากฏภาพชายคนหนึ่งถูกเรียกมานั่งสอบถาม ถูกขอให้แสดงบัตรประชาชน และมีถ้อยคำตะคอกลักษณะกดดัน

ต่อมาในคลิปปรากฏภาพชายคนดังกล่าวถูกทำร้ายจนเลือดออกบริเวณปาก ขณะเดียวกันมีการบังคับให้ยกมือไหว้และพูดขอโทษต่อหน้ากล้อง ทำให้ผู้ชมจำนวนมากมองว่าเป็นการตั้งศาลเตี้ยและสร้างคอนเทนต์จากเหตุการณ์รุนแรง

ภาพดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นการใช้ถ้อยคำที่สื่อถึงการดูหมิ่นชาติพันธุ์ และการใช้กำลังแทนกระบวนการยุติธรรม


มุมของผู้เสียหายและข้อเท็จจริงด้านสัญชาติ

ภายหลังเหตุการณ์ ผู้ที่ถูกทำร้ายคือ นายเดช ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า เขาเดินทางไปพบตามนัดเพื่อพูดคุยไกล่เกลี่ย แต่กลับถูกทำร้ายร่างกายและถูกดูหมิ่นเรื่องชาติพันธุ์

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือ สถานะของนายเดชไม่ได้เป็นแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง แต่เป็น คนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงที่กำลังดำเนินการด้านเอกสารตามกฎหมาย ทำให้ชาวกาญจนบุรีและกลุ่มชาติพันธุ์บางส่วนแสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

นายเดชจึงเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย หมิ่นประมาท และการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์


คำชี้แจงจากเฮียตี๋

ด้านเฮียตี๋ออกมาชี้แจงผ่านคลิปวิดีโอว่า จุดประสงค์ของการลงพื้นที่คือการ “ตักเตือนและสั่งสอน” เพื่อหยุดพฤติกรรมรังแกพนักงานไทย ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายร่างกาย

เขายอมรับว่าตบหน้านายเดช 2 ครั้ง แต่ยืนยันว่าทีมงานไม่ได้ร่วมรุมทำร้าย โดยระบุว่าคนที่เข้าไปทำร้ายจนเลือดออกคือบุคคลอื่นในร้านที่ไม่พอใจเหตุการณ์ก่อนหน้า

หลังจากกระแสสังคมรุนแรงขึ้น เฮียตี๋ได้เข้าพบตำรวจพร้อมยกมือไหว้ขอโทษสังคม และยืนยันว่าตนต้องการปกป้องศักดิ์ศรีคนไทย แม้จะยอมรับว่าบางการกระทำอาจเกินขอบเขต


คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ

ขณะนี้ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายมาให้ปากคำ ทั้งเฮียตี๋ ทีมงาน ผู้เสียหาย และพนักงานในร้าน เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงจากหลักฐาน เช่น คลิปวิดีโอและภาพจากกล้องวงจรปิด

เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาว่าการกระทำในคลิปเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายในประเด็นใดบ้าง เช่น การทำร้ายร่างกาย การกักขังหน่วงเหนี่ยว หรือความผิดเกี่ยวกับข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์

ผลการสอบสวนจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของคดีว่าฝ่ายใดต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง