รีเซต

โลกกำลังเข้าสู่ยุค “ภัยพิบัติซ้อนภัยพิบัติ” เตือนวิกฤตอากาศแรงกว่าที่คิด

โลกกำลังเข้าสู่ยุค “ภัยพิบัติซ้อนภัยพิบัติ” เตือนวิกฤตอากาศแรงกว่าที่คิด
TNN ช่อง16
24 พฤษภาคม 2569 ( 11:00 )

โลกกำลังเผชิญสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้น ทั้งคลื่นความร้อน ฝนตกหนัก น้ำท่วม และพายุรุนแรง ล่าสุดรายงานใหม่ที่จัดทำเพื่อสนับสนุนการประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักร เตือนว่า “ภัยพิบัติซ้อนภัยพิบัติ” หรือการเกิดเหตุสภาพอากาศรุนแรงหลายรูปแบบพร้อมกัน จะกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะฤดูร้อนที่ร้อนและแห้งจัด รวมถึงฤดูหนาวที่ทั้งเปียกและมีลมแรง 

รายงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ UK Climate Change Risk Assessment (CCRA) ซึ่งเป็นการประเมินความเสี่ยงด้านภูมิอากาศระดับชาติของรัฐบาลอังกฤษ โดยมีนักวิจัยจาก Loughborough University ร่วมจัดทำ เพื่อวิเคราะห์ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลต่อประเทศอย่างไรในปัจจุบัน และจะรุนแรงขึ้นแค่ไหนในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า 

หนึ่งในประเด็นสำคัญของรายงาน คือการเตือนถึง “Compound Hazards” หรือภัยพิบัติหลายรูปแบบที่เกิดต่อเนื่องหรือเกิดพร้อมกัน เช่น คลื่นความร้อนที่ตามมาด้วยไฟป่า ก่อนปิดท้ายด้วยพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง ซึ่งจะทำให้ผลกระทบยิ่งทวีความเสียหายมากขึ้น ทั้งต่อประชาชน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบเศรษฐกิจ 

ดร.จอห์น ฮิลเลียร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความเสี่ยงภัยธรรมชาติจากมหาวิทยาลัยลัฟบะระ อธิบายว่า สหราชอาณาจักรอาจเผชิญ “ฤดูกาลเลวร้าย” ที่เริ่มจากความแห้งแล้งยาวนาน ก่อนเข้าสู่ช่วงคลื่นความร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียส เกิดไฟป่าหลายพื้นที่ และจบลงด้วยพายุรุนแรงภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งสถานการณ์ลักษณะนี้มีแนวโน้มเกิดขึ้นจริงภายใน 30–50 ปีข้างหน้า 

รายงานยังระบุว่า สภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักรกำลังเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างชัดเจน โดยฤดูร้อนร้อนขึ้น ฤดูหนาวชื้นขึ้น ฝนตกหนักรุนแรงขึ้น และระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่วันที่อากาศร้อนที่สุดของประเทศกำลังร้อนเร็วกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยถึง 2 เท่า และภายในช่วงปี 2070 กรุงลอนดอนอาจมีวันที่อุณหภูมิสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส มากถึง 41 วันต่อปี 

นอกจากนี้ ฤดูหนาวของสหราชอาณาจักรในปัจจุบันยังมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นราว 21% และเหตุการณ์ฝนตกหนักสุดขั้วมีโอกาสเกิดมากขึ้นถึง 2.6 เท่า อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังรุนแรงขึ้นทั่วโลก 

นักวิจัยมองว่า โลกจำเป็นต้องเร่งวางแผนรับมือภัยพิบัติในรูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเหตุการณ์เดียว แต่เป็น “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข พลังงาน การคมนาคม และความมั่นคงทางอาหารพร้อมกันในเวลาเดียวกัน หากรัฐบาลและเมืองต่างๆ ไม่เร่งปรับตัว ความเสียหายอาจรุนแรงเกินกว่าที่ระบบจะรับมือไหว

รายงานฉบับนี้สะท้อนคำเตือนสำคัญว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศในอนาคตจะไม่ได้มาในรูปแบบเดิมอีกต่อไป แต่จะเป็นการเกิดภัยพิบัติหลายชั้นที่ซับซ้อนและรุนแรงขึ้น ซึ่งทั่วโลกจำเป็นต้องเตรียมพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบเตือนภัย และนโยบายรับมืออย่างเร่งด่วน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง