ส่องวิธีเอาตัวรอด เมื่อ “ญี่ปุ่น” เจอภัยพิบัติ

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat หลักสูตรการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติของนักเรียนญี่ปุ่น (Disaster Preven tion Education หรือ Bousai Kyōiku) ไม่ใช่แค่การบรรยายในห้อง เรียน แต่เป็น"ทักษะชีวิต"ที่ภาคบังคับและบูรณาการเข้ากับทุกช่วงวัย เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเอาชีวิตรอดได้โดยสัญชาต ญาณเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ หรือ น้ำท่วมฉับพลัน
การฝึกซ้อมหนีภัยรายเดือน (Evacua tion Drills) โรงเรียนทุกแห่งในญี่ปุ่นถูกบังคับให้ต้องทำการซ้อมหนีภัยพิบัติอย่างน้อยเดือนละ1ครั้งโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าและใช้จำลองสถานการณ์จริง
1.หลักการ O-Ha-Shi-Mo ท่องจำขึ้น ใจเพื่อความเป็นระเบียบในขณะอพยพ Okaianai (ไม่ผลักกัน) Hash (ไม่วิ่งกระ เจิดกระเจิง) Shiaberanai (ไม่พูดคุยส่งเสียงดัง) Modonanai (ไม่ย้อนกลับไปเอาของ)
2.การป้องกันตัวขั้นต้น ทันทีที่สัญ ญาณเตือนภัยดังขึ้น เด็กทุกคนจะต้องทำท่า "Dango-mushi" (ท่าตัวกะปิ) คือการคุกเข่า ก้มกราบ และใช้มือประสานท้ายทอยเพื่อปกป้องศีรษะและคอ
2.อุปกรณ์ใกล้ตัวที่กลายเป็นเครื่องมือช่วยชีวิต ญี่ปุ่นออกแบบอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันของนักเรียนให้สนับสนุนการเอาตัวรอด
1.กระเป๋ารันโดเซรุ (Randoseru)โดย กระเป๋านักเรียนประถมถูกออกแบบให้มีโครงสร้างแข็งแรงหนาพิเศษ สามารถนำมาใช้ครอบศีรษะกันสิ่งของตกใส่ และตัวกระเป๋ามีคุณสมบัติลอยน้ำได้ ช่วยพยุงตัวหากเกิดน้ำท่วมหรือสึนามิ
2.หมวกป้องกันภัย (Bousai Zukin)
หมวกบุผ้าหนากันไฟและแรงกระแทก ซึ่งปกติจะถูกใช้เป็นเบาะรองนั่งบนเก้า อี้เรียนประจำวัน เมื่อเกิดเหตุจะนำมาสวมหัวทันที
3.เรียนนอกห้องเรียนโดย ศูนย์เรียนรู้ภัยพิบัติภาคปฏิบัติ
นักเรียนญี่ปุ่นจะได้ไปทัศนศึกษาที่ ศูนย์ป้องกันภัยพิบัติ (Bousai Center) ของเมืองเป็นประจำ ซึ่งข้างในจะมีอุป กรณ์
1.เครื่องจำลองแผ่นดินไหว (Earth quake Simulator) ความรุนแรงระดับ 7 เพื่อให้เด็กรู้วิธีการทรงตัวและหลบใต้โต๊ะ
2.ห้องจำลองลมพายุไต้ฝุ่นความเร็วสูง
3.ห้องจำลองควันไฟ เพื่อฝึกการก้มต่ำและหาทางหนีไฟในที่มืด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
